ไป ไม่นานหลังจากนั้น ก็สามารถเห็นร่างของเขาได้ชัดในบอลแสงนั้น ครั้งนี้ หน้าของเจี้ยนเฉินไม่ได้ซีดแล้ว แทนที่กันมันกลับมามีชีวิตชีวาเหมือนเดิม แผลหลายแผลที่เคยอยู่บนร่างของเขาได้หายไปโดยไม่มีรอยแผลเป็นเหลืออยู่เลยอย่างไรก็ตาม เจี้ยนเฉินก็ยังไม่หายจากอาการณ์มึนงง เขาเริ่มรวบรวมพลังเซียนที่เขาเสียไปในการที่เขาใช้ไปในกรหลบหนี เขาใช้มันไปในปริมาณมากและพลังเซียนในร่างกายของเขาก็เกือบหมด ไม่ใช่เพียงเจี้ยนเฉินอยู่ในเทือกเขาสัตว์อสูรที่สัตว์อสูรสามารถมาเจอเขาได้ทุกเมื่อเท่านั้น แต่คนของตระกูลเทียนซ่งอาจจะกำลังหาเขาอยู่ด้วย ดังนั้น ทั้งหมดที่เจี้ยนเฉินจะทำได้คือรักษาร่างกายของเขาให้อยู่ในสภาพที่ดีที่สุดเพื่อที่จะจะสามารถเผชิญกับอันตรายที่เขาอาจจะไปเจอได้เจี้ยนเฉินไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานขนาดไหน เขานั่งอยู่ตำแหน่งเดิมมากว่า 3 ชั่วยามเพื่อรวบรวมพลังเซียน ไม่เพียงแต่ร่างของเขาจะไม่ขยับเท่านั้น ตาของก็ไม่เคยลืมขึ้นมา เขาเหมือนพระที่กำลังเข้าฌาณและตัดขาดออกจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิงในตอนนี้ที่เขาอยู่ด้านหลังต้นไม้ งูพิษตัวผอมเพรียวก็เลื้อยไปหาเจี้ยนเฉินอย่างเงียบ ๆ มันวนรอบต้นไม้แล้วหยุด ก่อนที่จะเลื้อยเข้าไปอีกครั้ง และไม่นานหลังจากนั้น มันก็อ้าปากเล็ก ๆ ของมันขึ้นมาตอนที่งูอยู่ห่างออกไปไม่ถึงฟุตจากเขา เจี้ยนเฉินที่นั่งขัดสมาธิอยู่ก็ลืมตาขึ้นทันที ตาของเขาเป็นประกายเย็นชาในขณะที่กระบี่วายุโปรยก็ปรา