อ่อท้น จนยากจะพรรณนาออกมาเป็นคำพูดได้
ภาวะมึนงงเลื่อนลอยจากนี้ ได้ติดตัวลั่วกู่เรื่อยมาจนกระทั่งกลับถึงจวนจงหย่งโหว
เขาเพิ่งปรากฏกายที่จุดซ่อนตัวภายในจวน ยังมิทันได้เข้าไปรายงานเมิ่งซีโจว ก็เห็นนางกำลังเล่นกิ่งเหมยขาวในมือที่ดอกตูมกำลังแย้มบ้านอยู่ พลางหันมายิ้มละมุนให้เขาพร้อมเอ่ยถามขึ้นว่า
“พระองค์จะเสด็จมาเมื่อใด?”
ลั่วกู่ถึงกับสะท้านสะเทือนไปทั้งใจ!
ที่ตำหนักบูรพา เขาก็เพิ่งถูกวาจาสะเทือนฟ้าของผู้เป็นนายทำตกใจเสียขวัญจนหนีกลับมาแทบไม่ทัน ครั้นกลับมาถึงที่นี่ ยังต้องมาพบเจอกับคำถามราวรู้ล่วงหน้าของเมิ่งซีโจวอีกหนึ่งประโยค ยามนี้รู้สึกคล้ายวิญญาณแทบหลุดจากร่าง!
นี่กระมั่งคือสิ่งที่เรียกว่า ‘หยั่งรู้ดุจเทพเซียน’?
หรือแท้จริงแล้ว คุณหนูเมิ่งผู้นี้จะรู้จักนายของเขาดีชนิดที่ลึกเข้าไปถึงกระดูกดำกระมัง?
แต่แล้วจู่ๆ ลั่วกู่ก็คล้ายเพิ่งเข้าใจบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาได้รางเลือน ว่าเหตุใดองค์ชายจึงทรงส่งคนสนิทในหมู่องค์รักษ์ที่ไว้ใจที่สุดเช่นตน ให้มาคอยอยู่ข้างกายคุณหนูเมิ่ง
สมแล้วที่เป็นชะตาหงส์ซึ่งสวรรค์ลิขิตโดยแท้…
ผู้หนึ่งลุ่มลึกดุจห้วงน้ำที่มิอาจหยั่ง ส่วนอีกคนกลับกระจ่างใสดุจกระจกวารี ทั้งสองช่างเป็น…คู่ที่ฟ้าดินสร้างสรรมาให้กันและกันโดยแท้!
เขาข่มคลื่นลมรุนแรงภายในใจลง ค้อมกายก้มศี