เป็นต้องขออภัยข้าหรอก” เมิ่งซีโจวเอ่ยตัดบทเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน รอยยิ้มที่มุมปากยิ่งลึกล้ำกว่าเดิม “ข้าคิดว่า ด้วยวาสนาระหว่างเราสองคน ต่อให้สวรรค์พรากไปชั่วคราว สุดท้ายย่อมต้องจัดให้เราทั้งคู่กลับมาพบกันอีกอยู่ดี เหมือนที่เป็นอยู่ในยามนี้ จริงหรือไม่เล่า?”
นางเว้นจังหวะครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวต่อว่า “แต่จะว่าไป คุณชายเองก็มิได้มาหาข้ามิใช่รึ หรือเป็นเพราะว่า…จะยังคาดเดาชื่อของข้าไม่ได้กระมัง?”
ฉู่เซียวสัมผัสได้ว่าใบหน้าของตนนั้นร้อนผ่าวยิ่งกว่าเดิม ความขุ่นข้องขัดใจที่เกิดจากความโง่เขลาของตนพลันเอ่อล้วนท่วมท้นในใจ
เขาส่ายหน้าไปมาอย่างคนที่พ่ายแพ้ แล้วเอ่ยเสียงต่ำว่า “……ยังคาดเดาไม่ออก”
เมิ่งซีโจวยังคงยิ้มเย็นละมุนดุจสายน้ำ “ไม่เป็นไร เช่นนั้นก็ให้ข้าลองเดาชื่อของคุณชายก่อนดีหรือไม่?”
“ฉู่เซียว” ฉู่เซียวเอ่ยบอกชื่อตนออกมาแทบในทันทีอย่างไม่ลังเล “แม่นางไม่จำต้องคาดเดาก็ได้”
เมิ่งซีโจว “……”
รอยยิ้มบนใบหน้านางพลันชะงักค้างไปชั่วขณะหนึ่ง
บุรุษผู้นี้ซื่อตรงเกินไปจริงๆ ถึงขั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่าควรหยอกเย้าเยี่ยงไรกับสตรี
นานทีปีหน นางจึงจะเป็นฝ่ายเสียเชิงเล็กน้อยในการปะทะวาจาเช่นนี้
เพื่อเป็นการกู้หน้ากลับคืนมา เมิ่งซีโจวจึงหยิบถ้อยคำหวานเลี่ยนหูขึ้นมากล่าวอีกครา
“ฉู่เซียว…ช่างประหล