แสงที่เจิดจ้า อุณภูมิรอบ ๆ ตัวของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน ในเวลาเพียงไม่กี่นาทีกระบี่สีแดงก็กลายเป็นสีแดงเพลิง แสงไฟสั่นไหววิบวับอย่างต่อเนื่องเสมือนถูกไฟเผาไหม้อยู่เมื่อรู้สึกได้ถึงพลังเซียนที่ไม่มีสิ้นสุด ชายคนนั้นก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน เขาปล่อยมือจากคมกระบี่และกระแทกเข้าในใบกระบี่อย่างรุนแรง“ปัง!”เมื่อได้รับแรงปะทะจากชายคนนั้น กระบี่ของมู่หยุดก็ปลิวมาตกอยู่ข้าง ๆ แต่ด้วยประสบการณ์ของมู่หยุน เขาใช้ประโยชน์ด้วยการเคลื่อนไหวอย่างฉับพลันเพื่อเก็บกระบี่ กระบี่หมุนเป็นวงกลมก่อนที่จะเฉือนชายคนนั้นทันทีในเมื่อเจ้ารนหาที่ตาย ข้าจะทำให้เจ้าสมปรารถนา ! ชายคนนั้นตะโกน ง้าวของเขากระพริบด้วยแสงสีฟ้าเมื่อเขาโบกอาวุธไปรอบ ๆ ตัว สายลมโชยเบา ๆ พร้อมกับอาวุธของเขาบินเข้าหากระบี่สีแดงเพลิง“เคร้ง ! “กระบี่ของมู่หยุนและง้าวของชายคนนั้นก็ปะทะกันทำให้เกิดเสียงดังของโลหะกระทบกันออกมา ทันทีที่อาวุธเซียนสองชิ้นแยกออกจากกัน มู่หยุนก็เซไปด้านหลังกว่า 10 เมตร ขณะที่ชายกลางคนยังคงยืนนิ่งอยู่ราวกับเทือกเขาไท่ซานโดยไม่มีการแสดงอาการใด ๆเพียงครั้งเดียวก็เพียงพอที่จะดูออกว่าใครอ่อนแอกว่าและใครแข็งแกร่งกว่าเจี้ยนเฉินที่อยู่ข้าง ๆ รู้ว่ามู่หยุนอ่อนแอกว่าชายคนนั้นมาก อย่างไรก็ตามมู่หยุนยังคงแข็งแกร่งกว่าตัวของเขาและจากการประเมิณของเจี้ยนเฉิน ความแข็งแกร่งของมู่หยุนควรจะอยู่ในขอบเขตเซียนระดับสูงขั้นกลางหรือขั