าจะสามารถรับมือกับเซียนนับสิบคนได้ อีกทั้งยังมีเฉิงหมิงเซียงที่อยู่ในขั้นสูงเจี้ยนเฉินไม่ยอมขยับไปไหนเหมือนรูปปั้นหินที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ เจียงหยางหู่พยายามผลักไสเขาแต่ไม่ได้ผล ด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงอาฆาต เขาจ้องมองไปที่พุ่มไม้ รอให้ใครบางคนออกมาในที่สุดลูกศิษย์ที่ใส่เครื่องแบบสิบกว่าคนก็เดินเข้ามาในระยะสายตา โดยมีลั่วเจี้ยนและเฉิงหมิงเซียงเดินนำข้างหน้ากลุ่มเมื่อเฉิงหมิงเซียงและลั่วเจี้ยนเห็นเจี้ยนเฉิน พวกเขาก็รู้สึกตื่นเต้นมาก ลั่วเจี้ยนยิ้มกว้างพลางกล่าวว่า “เจียงหยางเซียงเทียน ในที่สุดเราก็เจอตัวเจ้าจนได้ เจ้าปล่อยให้ข้าสงสัยอยู่ตั้งนานว่าเจ้าไปมุดหัวอยู่ที่ไหน” โดยไม่จำเป็นต้องแนะนำตัว กลุ่มคนนั้นล้อมรอบเจี้ยนเฉินและพี่ชายของเขาเป็นวงกลมทันทีเจียงหยางหู่ตกใจที่เห็นว่าเขาและน้องชายของเขาถูกล้อมรอบ เขาไม่ได้พูดอะไรนอกจากถอนหายใจแม้กลุ่มคนที่ล้อมรอบจะหยิ่งผยอง เจี้ยนเฉินก็ไม่ได้มีสีหน้าหวาดกลัวเลยและยังคงสงบนิ่งอยู่ ราวกับว่าเขาไม่ได้สังเกตเห็นผู้คนมากมายที่อยู่รอบตัวเขาเลยใบหน้าของเจี้ยนเฉินแข็งกระด้างขณะที่ดวงตาของเขากวาดไปทั่วใบหน้าของผู้คนที่อยู่รอบตัวเขา บางคนมีสีหน้าตกใจกลัว พวกเขารู้สึกเย็นเยือกในใจราวกับว่าการจ้องมองของเจี้ยนเฉินเป็นกระบี่ที่เยือกเย็นซึ่งแทงทะลุจิตวิญญาณของพวกเขา” ใครคือคนที่ทำร้ายพี่ชายของข้า ! ” เจี้ยนเฉินตะโกน “ก้าวออกมาข้างหน้าเดี๋ยวนี้