งเขาในตอนนี้น่ากลัวมากจนสามารถสังหารคนได้เมื่อเห็นเจี้ยนเฉินปรากฏตัวขึ้น เจียงหยางหู่ก็มองเขาด้วยท่าทางงุนงง อย่างไรก็ตามใบหน้าของเขาเปลี่ยนไปอีกครั้งเมื่อเขาพูดอย่างกระวนกระวาย ” น้องสี่ ทำไม..ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ รีบหนีไป ! ออกไปให้พ้นจากตรงนี้ พวกเขากำลังตามมา ! ” เจียงหยางหู่ดูร้อนใจ เขาไม่ได้คิดว่าเขาจะเจอเจี้ยนเฉินที่นี่แทนที่จะวิ่งไปข้างหน้า เจี้ยนเฉินกลับทำหน้าถมึงทึง เขาถามเบา ๆ ว่า ” พี่ใหญ่ ใครกันที่ทำร้ายท่านจนได้รับบาดเจ็บถึงเพียงนี้ ? ” ในน้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นมือของเจียงหยางหู่จับตัวเจี้ยนเฉินไว้แน่น เขาพูดต่อไปอย่างรีบเร่งว่า “น้องสี่ ไม่ต้องห่วงข้าและรีบหนีออกจากที่นี่ทันที ใช้เส้นทางหลังอ้อมกลับไปที่สำนัก ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะเจอเจ้าแน่นอน” เขารู้ว่าพลังของเจี้ยนเฉินนั้นแข็งแกร่งมากเนื่องจากเขาสามารถจัดการกับเซียนขั้นกลางได้ แต่เจียงหยางหู่ก็ไม่คิดว่าเขาจะสามารถรับมือกับเซียนนับสิบคนได้ อีกทั้งยังมีเฉิงหมิงเซียงที่อยู่ในขั้นสูงเจี้ยนเฉินไม่ยอมขยับไปไหนเหมือนรูปปั้นหินที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ เจียงหยางหู่พยายามผลักไสเขาแต่ไม่ได้ผล ด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยแรงอาฆาต เขาจ้องมองไปที่พุ่มไม้ รอให้ใครบางคนออกมาในที่สุดลูกศิษย์ที่ใส่เครื่องแบบสิบกว่าคนก็เดินเข้ามาในระยะสายตา โดยมีลั่วเจี้ยนและเฉิงหมิงเซียงเดินนำข้างหน้ากลุ่มเมื่อเฉิงหมิงเซียงและลั่วเจี้