มารถโจมตีได้รุนแรงกว่าปกติ แต่คนเหล่านี้ที่เจี้ยนเฉินกำลังต่อสู้อยู่ นั้นอ่อนแอเกินไปและบางส่วนของพวกเขาคงอยู่ในขั้นต้นของระดับเซียน ขณะที่เถี่ยต้านั้นกำลังจะก้าวมาเหยียบในระดับเซียนชั้นต้น ขวานของเขาจึงสามารถปะทะได้อย่างยาวนาน
ระวังให้มาก ความแข็งแกร่งของมันแตกต่างไปจากปกตินัก และอย่าได้ละสายตาจากขวานของมัน เป็นผู้หนึ่งที่ถูกปัดให้กระเด็นออกไป จากนั้นเขาตะโกนเตือนออกมา
ได้ยินคำเตือนสหายของเขา เด็กหนุ่มที่เหลือกลับกลายเป็นระมัดระวัง เขาหลบขวานและคว้าลงบนเข็มขัดมิติของเถี่ยต้า …
เจี้ยนเฉินเคลื่อนไหวไปรอบ ๆ อย่างรวดเร็วราวกับฟ้าผ่า ขณะที่ชั่วพริบตานั้น เขาส่งแท่งเหล็กออกไปกับการเคลื่อนไหวร่างกายที่คล้ายเหล่าภูตจพราย เขาต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับเจียงหยางหู่ด้วยแท่งเหล็กที่ถูกย้อมไปด้วยเลือดซึ่งหลบซ่อนในเงาของความมืดราวกับว่ามันเป็นอสรพิษ ในขณะที่เขาเดินไปในท่ามกลางความมืดโดยแท่งเหล็กของเขาถูกส่งออกไปอย่างเงียบงัน ในความเงียบงันนี้ มันเป็นการยากที่ศัตรูของเขาจะตรวจพบได้
เจี้ยนเฉินโจมตีด้วยแท่งเหล็กนั้นอย่างรวดเร็วมาก แม้แต่คนที่ต่อสู้กับเจียงหยางหู่ก็ไม่สามารถที่จะตอบสนองได้ทัน ในเวลาที่ต้นขาของเขาถูกแท่งเหล็กแทงผ่าน
ใบหน้าของผู้นั้นเริ่มบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด ในขณะที่เขากรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวดและมือของมันแน่น เจียงหยางหู่ไม่ใช่คนดีมากพอที่จะคอยให้เขากลับมายืนอีกครั้ง และทันใดนั้น