ข็งแกร่งของเจ้าหรือ ?”
ใบหน้าของเถียต้าเริ่มที่จะกลายเป็นสีแดง ขณะที่เขาเกาหัวของเขาและกล่าวออกมาด้วยท่าทีซื่อ ๆ มันไม่ใช่ว่าข้าไม่มีความเชื่อมั่นในความแข็งแกร่งของตัวเอง แม้อาจารย์ของข้าจะบอกว่ากำลังของข้ามีความแข็งแกร่งพอที่จะเอาชนะเซียนทั่วไป แต่ตัวข้านั้นไม่เคยฆ่าสัตว์อสูรด้วยตัวคนเดียวมาก่อน …
ในขณะที่เถี่ยต้าพูด ใบหน้าของของเจี้ยนเฉินก็แข็งทื่อขึ้น ก่อนที่เขาจะยกมือขึ้นเพื่อหยุดไม่ให้เถี่ยต้าพูด ดวงตาของเขาหรี่ลงขณะที่เขาเริ่มมองไปรอบ ๆ
สังเกตเห็นว่าใบหน้าของเจี้ยนเฉินเริ่มจริงจังขึ้น เถี่ยต้ารับรู้ถึงอันตรายที่กำลังใกล้เข้ามา เขาถือขวานไว้ข้าง ๆ และมองไปรอบ ๆ ผืนหญ้าอย่างระมัดระวัง
เจี้ยนเฉินมองรอบ ๆ ตัวเอง ในบริเวณจุดที่น่าจะเป็นอันตรายมากที่สุด แต่ต้นหญ้าสูงที่ได้เติบโตงอกงามมาเป็นปี ดังนั้นเจี้ยนเฉินจึงไม่สามารถมองเห็นอะไรได้
มือข้างขวาของเจี้ยนเฉินกุมแท่งเหล็กในมือของเขาไว้แน่น ในขณะที่เขาหลับตาลง หูของเขาเริ่มสั่นไหว เขาจับการเคลื่อนไหวบริเวณโดยรอบอย่างเคร่งเครียด
หลังจากสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ต่อมาเจี้ยนเฉินก็ลืมตาขึ้น แสดงให้เห็นดวงตาที่เปล่งประกายจ้องไปข้างหน้า เจี้ยนเฉินกระชับแท่งเหล็กสนิมเขรอะที่เริ่มที่จะเปล่งประกายสีเหลืองอ่อน ๆ ในมือข้างขวาของเขา เจี้ยนเฉินพุ่งตรงไปข้างหน้าด้วยเสียงอันดังก้องราวกับฟ้าผ่า
ในเวลานั้นเอง แท่งไม้สีเขียวก็พุ่งตรงมาจากข้างหน้าจากพงหญ้ารา