านใหญ่ซึ่งมันใหญ่กว่าตัวของเขามาก มันทำให้เถี่ยต้าดูน่าประทับใจและเต็มไปด้วยพลัง
เถี่ยต้าเดินเข้าไปหาเจี้ยนเฉินและจ้องมองท่อนเหล็กในมือเจี้ยนเฉิน ดวงตาของเขาแสดงถึงความสับสนอย่างช่วยไม่ได้ ไฮ้! เจียงหยางเซียงเทียน เจ้าจะทำอะไรกับแท่งเหล็กนี้กัน ?
เจี้ยนเฉินหัวเราะ ข้าจะทำอะไรหรือ ข้าก็จะใช้เป็นอาวุธยังไงล่ะ
ไม่มีทาง เจียงหยางเซียงเทียน เจ้าคิดจะใช้แท่งเหล็กน่ารังเกียจนี้เป็นอาวุธ ? เจ้า … เจ้า … .นี่สมองของเจ้ายังปกติดีอยู่หรือไม่ ? เถี่ยต้าถามอย่างตกใจ
เจี้ยนเฉินหัวเราะและไม่ได้อธิบายอะไรเพิ่มเติม
แม้ว่าเถี่ยต้าจะไม่เข้าใจว่าทำไมเจี้ยนเฉินจึงใช้ท่อนเหล็กเป็นอาวุธแต่เขาก็ไม่ได้ถามต่อ แต่เขาเอ่ยว่า เจียงหยางเซียงเทียน พวกเราทั้งสองคนจับกลุ่มกันดีหรือไม่ ? ถ้าพวกเราร่วมมือกันแล้ว ไม่มีทางที่สัตว์อสูรระดับ 1 จะขวางทางเราได้ เราอาจจะสามารถที่จะเอาชนะสัตว์อสูรระดับ 2 ได้ด้วย นอกจากนี้ข้ายังมีประสบการณ์ในการล่าสัตว์มาตั้งแต่ยังเด็ก และข้าได้ค่อย ๆ เรียนรู้ประสบการณ์เกี่ยวกับการมีชีวิตรอดในป่ามาอย่างยาวนาน หากเจ้าอยู่กับข้า ข้าให้สัญญาว่าเจ้าจะไม่ลำบากแน่”
เจี้ยนเฉินพิจารณามันชั่วอยู่ขณะหนึ่ง ในที่สุดเขาพยักหน้าตกลงในข้อเสนอของเถี่ยต้า สำนักไม่ได้ห้ามไม่ให้ลูกศิษย์รวมกลุ่มกันเพื่อที่จะฆ่าสัตว์อสูร ลูกศิษย์หลายคนจึงลงเอยด้วยการรวมตัวกันเป็นกลุ่มเล็ก ๆ
ในขณะที่ชนชั้นสูงรูปงามท่าทางหยิ่งยโสเ