ๆ ขณะที่พูดเป็นนัย ๆ ที่เต็มไปด้วยความเย็นชาในคำถามของเขา เจี้ยนเฉินไม่ได้ใส่ใจกับอารมณ์ของพี่สาม เมื่อสองปีที่แล้ว เจียงหยางเค่อยังคงทำทุกวิธีทางเพื่อจะรังแกเจี้ยนเฉิน มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อเจี้ยนเฉินเริ่มกลายเป็นสวะ การกระทำนั้นเริ่มเลวร้ายมากเรื่อย ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะเจี้ยนเฉินออกมาข้างนอกน้อยครั้ง เจียงหยางเค่อคงรังแกเจี้ยนเฉินนับครั้งไม่ถ้วน อย่างไรก็ตาม ทุกวัน ทุก ๆ เวลา เขาพยายามรังแกเจี้ยนเฉิน แต่มันก็ล้มเหลวทุกครั้ง เจี้ยนเฉินสามารถโต้กลับได้ทุกครั้ง มันสร้างความไม่พอใจแก่เจียงหยางเค่อ ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถเก็บความแค้นไว้ได้อีกต่อไป“น้องสี่ ไปเป็นเพื่อนพี่สามของเจ้าในการฝึกวรยุทธ์บางอย่าง”ขณะที่กล่าวออก เจียงหยางเค่อเริ่มทำการลากเจี้ยนเฉินไปสถานที่ของการฝึกวรยุทธ์โดยไม่ให้โอกาสเจี้ยนเฉินได้ตอบกลับ เจียงหยางเค่อรู้สึกตื่นเต้นมากในช่วงเวลานี้ เขาอาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้กับเจี้ยนเฉินทางด้านความฉลาด แต่เขาไม่คิดว่าตัวเองจะอ่อนแอไปกว่าเจี้ยนเฉินในเรื่องความแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม น้องสี่ของเขาก็เป็นเพียงสวะพิการในการบ่มเพาะพลังการต่อสู้และไม่มีทางที่จะบ่มเพาะพลังเซียนได้ ในใจของเจียงหยางเค่อถือว่าเป็นโอกาสที่ดีที่เขาจะได้แก้แค้นไม่นานหลังจากที่เจี้ยนเฉินถูกลากไปอย่างแรงโดยเจียงหยางเค่อ ในที่สุดก็มาถึงยังสถานที่ฝึกวรยุทธ์ เจียงหยางเค่อหยิบขวานไม้เขวี่ยงมันไปด้านข้างอย่างรวดเร็วและจ