ากนั้นก็กล่าวกับเจี้ยนเฉิน “น้องสี่ เจ้าพร้อมแล้วหรือยัง ? ข้าจะได้เริ่มโจมตีเจ้าในตอนนี้”เจี้ยนเฉินมองดูเจียงหยางเค่อแล้วยิ้มออกมาอย่างสุภาพ ดวงตาเจี้ยนเฉินปรากฏร่องรอยสนุก เขาถามว่า “พี่สาม ท่านมีอาวุธในมือของท่าน อย่าบอกข้านะว่าท่านจะให้ข้าสู้โดยไร้ซึ่งอาวุธ”ได้ยินคำพูดของน้องชาย เจียงหยางเค่อก็รู้สึกไขว้เขวอีกครั้ง เขาจ้องมองขวานไม้ในมือและเริ่มลังเลใจ ก่อนจะโยนขวานให้พุ่งตรงไปที่เจี้ยนเฉิน แล้วกล่าวว่า “ข้าให้ขวานแก่เจ้า น้องสี่ และจะเป็นข้าที่สู้ด้วยมือเปล่า”แม้ว่าขวานจะเป็นไม้ มันก็ยังหนักถึง 10 ปอนด์ แม้ว่าจะเป็นเด็กอายุ 10 ปี แต่การเหวี่ยงมันเช่นนั้นก็ชัดเจนว่ามันยากเกินไป เจียงหยางเค่อขว้างมันไปที่เจี้ยนเฉินด้วยเหตุผลที่ว่าเขาต้องการทำให้เจี้ยนเฉินอับอายขายหน้าด้วยตัวของเขา ขณะที่เขาทำเหมือนกับมีน้ำใจเจี้ยนเฉินถือขวานไม้ไว้ในมือและเริ่มตรวจสอบ ขวานนี้มันถูกสร้างออกมาอย่างหยาบ ๆ เพียงรูปร่างขวาน ขณะที่ตัวขวานมันก็เกือบจะไม่มีอยู่ แม้ว่าเขาจะพยายามฟันมันไปที่ผู้คน มันแทบจะไม่สามารถสร้างอันตรายในจุดสำคัญได้เลย อย่างดีขวานมันก็แค่สร้างบาดแผลฟกช้ำได้แค่นั้นมองดูเจี้ยนเฉินถือขวานที่หนักถึงสิบปอนด์ได้อย่างง่ายดาย ดวงตาของเจียงหยางเค่อไม่สามารถปกปิดความตกตะลึง เขาไม่คาดฝันว่าจะเป็นเช่นนั้นเจี้ยนเฉินจ้องมองไปที่เจียงหยางเค่อและพูดเจือหัวเราะ “พี่สาม บางทีท่านควรจะใช้ขวานนี้แทน” ทั