ให้เขาไล่สาวหาความอย่างไรเล่า? เรื่องหนีตามกันไปเช่นนั้น ไม่มีทางที่จะหยิบยกขึ้นมาพูดซ้ำได้อีกเด็ดขาด!
หนทางเบื้องหน้าล้วนเป็นทางตัน เมิ่งชินรุ่ยเพียงรู้สึกว่ามีเพลิงอัปรีย์สายหนึ่งพุ่งพล่านขึ้นตรงสู่ขมับทั้งสองข้าง
เมิ่งจิ่งหมิง… บุตรชายเพียงคนเดียวของจวนจงหย่งโหว ที่ยังพอจะสามารถเชิดหน้าชูตาได้ ทั้งยังสามารถออกศึกเข่นฆ่าศัตรูในสนามรบได้ด้วย บัดนี้เขาหายไปอยู่ที่ใดกันแน่?
จวนโหวกว้างใหญ่ไพศาลถึงเพียงนี้ แต่กลับไม่อาจส่งชายฉกรรจ์สักคนออกนำรบตามพระบัญชาได้! คำว่า ‘จงหย่ง’ เพียงอักษรสองตัวบนป้ายหน้าจวน บัดนี้กลับกลายเป็นเรื่องน่าขันใหญ่หลวงนัก! ยามนี้ เขาแทบจะได้ยินเสียงหัวเราะเยาะระคนสมน้ำหน้า จากเหล่าสหายขุนนางอยู่เลือนรางแล้ว!
ขณะที่เขากำลังหงุดหงิดโมโหจนแทบอยากจะคว่ำโต๊ะตำราตรงหน้าอยู่นั้น เสียงกังวานใสแต่มุ่งมั่นของอิสตรีนางหนึ่งก็เปล่งดังมาจากนอกประตู
“ท่านพ่อ ลูก ซีโจว มาขอพบเจ้าค่ะ”
ปรากฏว่าผู้ที่มาก็คือเมิ่งซีโจว!
เมิ่งชินรุ่ยกดข่มโทสะในอกไว้แน่น เอ่ยเสียงขรึมตอบกลับไปว่า
“เข้ามาได้”
เมิ่งชินรุ่ยนั่งลง เขาหวังจะอาศัยโอกาสนี้พูดคุยกับนาง จึงค่อยๆระงับอารมณ์หงุดหงิดขุ่นเคืองในใจลง ทว่าขณะเดียวกันก็พลันบังเกิดความคิดหนึ่งผุดขึ้นในหัว เขาคิดจะฉวยโอกาสนี้เอ่ยถามถึงเรื่องข