วนโหวอย่างเมิ่งซีโจวมาก่อน
ถึงกระนั้น เมิ่งซีโจวก็ยังคงระมัดระวังตัว สวมผ้าคลุมปิดบังใบหน้าไว้ดังเดิม ฐานะของนางในยามนี้ จะเปิดเผยออกไปมิได้เด็ดขาด
นางทอดสายตาต่ำมองไปทางถ้วยชา หากดูผิวเผินอาจคล้ายนางกำลังมองชาในถ้วยด้วยสายตาเหม่อลอย ทว่าแท้จริงแล้ว หางตาของนางกลับฉับไวเฉียบคม จับสีหน้ามุ่งมั่นแน่วแน่บนใบหน้าของจ้าวหังได้อย่างชัดเจน สีหน้าของเขายามนี้ประหนึ่งต้องการจะบอกว่า – ข้าล่วงรู้ทุกสิ่งหมดแล้ว เหลือเพียงรอให้เจ้ารับสารภาพด้วยตนเองเท่านั้น
สำหรับเรื่องของเซียวเหยวเค่อนั้น เดิมทีนางก็มิได้มีเจตนาจะปกปิดเป็นความลับ เพื่อให้ผู้มีใจต้องสืบเสาะค้นหากันอย่างใหญ่โตเอิกเกริก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับคนอย่างจ้าวหัง ผู้ที่เป็นนักอ่านตัวยงเข้าขั้นคลั่งใคล้
แต่ก็ต้องยอมรับเช่นกันว่า การที่มีอีกหนึ่งตัวตนอันลึกลับเพิ่มขึ้นมา ย่อมนับว่าเป็นหมากต่อรองชั้นหนึ่งที่นางจะสามารถใช้เพิ่มน้ำหนักบนกระดานหมาก เพื่อล่อหลอกอีกฝ่ายให้เข้ามาติดกับได้อย่างดี
แต่… จะให้นางยอมรับตรงๆอย่างนั้นรึ?
เช่นนั้นคงออกจะน่าเบื่อเกินไปแล้ว
“ข้าบังเอิญไปล่วงรู้เข้าเท่านั้น” เมิ่งซีโจวเอ่ยตอบเสียงเรียบไร้คลื่นอารมณ์ใดๆ ทั้งยังเจือความห่างเหินไว้อย่างพอเหมาะพอดี “ต้องขอบคุณคุณชายจ้าวที่ชื่นชอบ”
คำตอบที่แสดงชัดแจ้งว