ผน และบากบั่นช่วยกันประคับประคองมาจนถึงตอนนี้ ย่อมจะต้องสลายหายวับไปในชั่วพริบตาราวฟองสบู่เป็นแน่!
ทั้งชีวิตนี้ เมิ่งหนานอี้ไม่เคยหวาดกลัวถึงเพียงนี้มาก่อนจริงๆ!
ทั่วทั้งร่างของนางเย็นเยียบประดุจน้ำแข็ง ได้แต่พยายามเลียนแบบท่าทางของหมอที่ยังอยู่ในความทรงจำของตน มือที่เย็นเฉียบสั่นเทิ้มค่อยๆยกขึ้นทาบลงบนข้อมือของเมิ่งซีโจว แต่ผ่านไปเนิ่นนานก็ยังหาตำแหน่งชีพจรไม่พบเสียที
เมิ่งซีโจวเปิดเปลือกตาขึ้นมองอย่างอ่อนแรง เสียงแผ่วเบาราวยุงบิน หากแต่ทุกถ้อยคำกลับชัดเจน และแต่ละคำล้วนประหนึ่งเข็มแหลมที่แทงลึกลงไปกลางใจของเมิ่งหนานอี้
“พี่หญิง ท่านต้องรักษาข้าให้หายนะ ข้าเชื่อใจท่าน…”
เมิ่งหนานอี้ได้ยินเช่นนั้นก็ราวกับเลือดในอกหยดริน ทว่ากลับไร้ซึ่งหนทางตอบโต้
นางได้แต่ต้องพยายามรีดเค้นความทรงจำ นึกถึงถ้อยคำที่ท่านหมอได้เคยกล่าวเมื่อยามตรวจอาการของนางได้อย่างกระท่อนกระแท่น จากนั้น จึงค่อยเคลื่อนมือไปแตะหน้าผากที่ร้อนผ่าวของเมิ่งซีโจว พลางขบคิดจนแทบสิ้นปัญญา ในที่สุดจึงฝืนเปล่งเสียงกล่าวข้อสรุปออกมาด้วยความหวาดหวั่นจนเนื้อตัวสั่น
“น้อง…น้อง…น้องหญิง…คง…คงจะถูกลมหนาวเล่นงาน อีกทั้งร่างกายก็อ่อนแอ จึงได้ล้มป่วยลงเช่นนี้…”
ทุกถ้อยวาจาล้วนหลุดออกจากปากนางอย่างยากเย็นยิ่ง ครั้นกล่าวจบ นางก็ประหนึ่งนัก