บสั่งยารึ?!
แม้จะพยายามนับดูแล้ว นางยังจำแนกตัวยาได้ไม่ครบสักกี่ชนิดเสียด้วยซ้ำ!
และที่น่าสะพรึงยิ่งกว่า จนรู้สึกราวตกลงสู่ถ้ำน้ำแข็งก็คือ เมิ่งชินรุ่ยกลับพยักหน้าเห็นด้วย ทั้งยังเอ่ยอย่างไม่คิดว่าเป็นเรื่องน่าประหลาดอันใด
“เช่นนี้ก็ดีเหมือนกัน เขียนใบสั่งยามาก่อน จะได้ให้ท่านหมอหลี่ช่วยชี้แนะเจ้าสักหน่อย ดูว่ายังมีสิ่งใดตกหล่นบกพร่องหรือไม่”
คำว่า ‘ชี้แนะ’ สองคำนั้น ประหนึ่งอสนีบาตสองสายฟาดผ่าลงกลางศีรษะของเมิ่งหนานอี้อย่างแรง!
สีเลือดบนใบหน้าของนางพลันเหือดหายจนสิ้นในชั่วพริบตา ยามนี้ขาวซีดดุจแผ่นกระดาษ ริมฝีปากสั่นระริก ทว่ากลับมิอาจเค้นวาจาใดออกมาได้แม้แต่คำเดียว มีเพียงความรู้สึกสิ้นหวังไร้ขอบเขต ประหนึ่งถูกคลื่นมหันตภัยโถมทับจนมิดศีรษะ!
บรรดาบ่าวไพร่ได้จัดเตรียมพู่กัน หมึก กระดาษ และแท่นฝนหมึกไว้พร้อมสรรพ ตัดหนทางถอยหนีของเมิ่งหนานอี้จนสิ้น
เมิ่งหนานอี้ในยามนี้ คล้ายเป็นเพียงดวงวิญญาณเร่ร่อนที่หาร่างเนื้อตนไม่เจอ นางยกพู่กันขึ้นด้วยมือที่สั่นเทิ้ม เขียนออกไปแต่ละตัวอักษร ล้วนยากลำบากประหนึ่งสองขาจมลึกอยู่ในปลักโคลน ทุกย่างก้าวฝืดฝืนและแสนเข็ญยิ่ง
ต่อให้ไม่เต็มใจสักเพียงใด ตำรับยาหนึ่งฉบับก็ใช่ว่าจะใช้เวลาเขียนได้นานนัก เมิ่งหนานอี้หลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนจะวางพู่กันลงอย่า