วเอือมระอาพร้อมกับทอดถอนใจออกมาเล็กน้อย
“เป็นข้าไม่ดีเองที่เผลอพูดจามากความมิรู้จักยั้งคิด ถึงกับหลุดกล่าวความจริงที่พี่หญิงรับไม่ได้ออกไปเช่นนั้น”
นางทอดสายตาจ้องมองนิ้วมือขาวผ่องของตนอย่างนึกเสียดาย ประหนึ่งกำลังคำนวณเวลาอยู่
“เจ้า… อึก!” เมิ่งหนานอี้รู้สึกคล้ายลมหายใจติดค้างอยู่กลางอก เบื้องหน้าพลันมืดดับลง แล้วเสียงทั้งปวงก็เงียบหายไปในบัดดล ร่างของนางยามนี้ประหนึ่งท่อนไม้ที่ถูกฟันขาด ทรุดฮวบลงกองกับพื้นอย่างแรง และหมดสติไม่รู้สึกตัวไปในที่สุด
เมิ่งซีโจวก้มหน้าปรายตามองคนที่นอนสลบไสลอยู่บนพื้นปราดหนึ่ง แล้วปลายคิ้วทั้งสองพลันยกขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงเจือแววหยอกเย้าระคนฉงน
“ดังที่คนกล่าวไว้ไม่มีผิด การนอนพักผ่อนเป็นสิ่งล้ำค่ายิ่งนัก แต่ดูท่าแล้วพี่หญิงคงจะใจร้อนรีบนอนเกินไปหน่อยกระมัง? ถึงกับเอนกายล้มลงพักผ่อนตรงนี้เลยรึ? หุหุ…”
นางยกชายกระโปรงขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะก้าวข้ามธรณีประตูไปด้วยท่วงท่างามสง่า น้ำเสียงแผ่วเบาของนางยังคงลอยละล่องมาตามสายลมแห่งรัตติกาล
“เช่นนั้นข้าเองก็ไม่ขอเสียเวลาแล้วเช่นกัน ราตรีสวัสดิ์”
หากเมิ่งหนานอี้ที่สลบไสลไปแล้วได้ยินคำพูดไม่กี่ประโยคนี้ของนางเข้า เกรงว่าคงจะต้องโมโหเดือดดาลจนถึงกับตายคาที่เป็นแน่
เบื้องหลังเมิ่งซีโจวยามนี้ คือเสียงร่ำไห้ปานจะขาดใจของ