ียสติ จึงมิได้สำรวจให้รอบคอบเสียก่อน… ขอนายท่านได้โปรดเมตตา! ขอนายท่านได้โปรดเมตตาด้วยเจ้าค่ะ!”
เหตุผลนี้ หากฟังผิวเผินแล้วก็คล้ายจะพอถูไถให้ผ่านพ้นไปได้อยู่บ้าง
เพราะห่วงใยผู้เป็นนาย จึงเผลอสะเพร่าไปรายงานข่าวผิดพลาด
เมิ่งชินรุ่ยทอดสายตาเยียบเย็นจ้องมองสาวใช้ที่กำลังโขกศีรษะอยู่บนพื้น แต่ก็มิได้เผยแสดงท่าทีใดออกมาในทันที
หัวใจของฮูหยินจี้ที่คล้ายแขวนอยู่บนเส้นด้ายพลันรู้สึกผ่อนเบาลงเล็กน้อย ขอเพียงกัดฟันยืนกรานว่าสาวใช้ผู้นี้เลอะเลือนจนเข้าใจผิดไปเอง เรื่องนี้ย่อมจะมีช่องให้พลิกผันกลับได้…
นางเพิ่งคิดจะอาศัยจังหวะนี้เอ่ยปากตำหนิชิงหลีว่าทำงานบกพร่อง ทว่าเมิ่งซีโจวกลับเอ่ยตัดบทขึ้นเสียก่อน
“โอ้? นี่เจ้าห่วงใยข้าจนเสียการถึงเพียงนี้เชียวรึ?” ในดวงตาของเมิ่งซีโจวเปี่ยมไปด้วยแววสนุกสนาน หลังจากทวนถามประโยคหนึ่งแล้ว จึงได้เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป
“เช่นนั้น… เจ้าลองบอกข้าสิว่า เหตุใดเช้านี้ที่เจ้าออกไปรายงานเรื่องของข้า เมื่อกลับเรือนมาสีหน้าจึงได้ดูดีอกดีใจผิดหูผิดตาประหนึ่งได้ลาภก้อนโตเล่า?”
นางชี้ไปยังถุงหอมที่ห้อยอยู่ตรงเอวของชิงหลี ถุงใบนั้นดูป่องนูนอยู่บ้าง ไม่สมฐานะสาวใช้เลยแม้แต่น้อย!
“ถุงหอมนั่น มองปราดเดียวย่อมรู้ว่าหนักอึ้งเพียงใด” เมิ่งซีโจวยิ้มบาง “