เถิด”
ก่อนหน้านี้ นางเฝ้าจับตาดูบรรดาสาวใช้ในเรือนทั้งหมด มิให้คลาดสายตาแม้สักก้าวเดียว เพื่อป้องกันไม่ให้พวกนางแอบคาบข่าวไปรายงานได้ จนกระทั่งฮูหยินเมิ่งเชื่อสนิทใจแล้วว่าเกิดเรื่องขึ้นกับนางจริงๆ นางจึงค่อยออกจากเรือนมา และได้นำพาเหล่าสาวใช้ให้มายืนรออยู่หน้าประตูห้องโถงใหญ่ด้วยกันแล้ว ทั้งยังกำชับให้เหล่าองครักษ์คอยจับตามองไว้ให้ดี
นับว่านางได้ปิดทุกช่องทาง ที่ชิงหลีจะสามารถใช้กอบกู้คำโป้ปดมดเท็จของตนไว้จนหมดสิ้น
ชิงหลีที่อกสั่นขวัญแขวนมาตลอดทั้งวัน อีกทั้งยังต้องนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงจนร่างแทบแข็งทื่อ ได้แต่เฝ้าภาวนาให้เมิ่งซีโจวลุกจากไปเสียที ทว่าเมิ่งซีโจวถึงกับตระเตรียมเสบียงแห้งไว้พร้อมสรรพ และได้นั่งกินอยู่ในห้องพักบ่าวรับใช้ด้านล่างเรือน เรียกได้ว่าหาได้จากไปแม้เพียงครึ่งเค่อไม่!
กาลเวลาเคลื่อนผ่านไปทีละน้อย หัวใจของชิงหลีคล้ายถูกแช่งแข็งเย็นเยือกลงทีละส่วน!
ในที่สุด เมื่อเมิ่งซีโจวลุกขึ้นเปิดประตู ทำทีประหนึ่งว่าจะจากไป แต่แล้วนางกลับยืนอยู่ที่ธรณีประตู และหันกายกลับมาสั่งว่า
“มาเถิด พวกเจ้าทั้งหมดตามข้าไปพบท่านพ่อที่ห้องโถงใหญ่”
แม้นางจะกล่าวกับทุกคน ทว่าสายตากลับทอดมองไปที่ร่างของชิงหลีแต่เพียงผู้เดียว ชัดเจนเหลือเกินว่า วาจาประโยคนี้ล้วนจงใจเอ่ยให