้คร่ำครวญต่อหน้าบ่าวสูงวัยที่เฝ้าตนอยู่
“บุตรีข้า! หนานหนานของข้าเกิดเรื่องแล้ว! รีบปล่อยข้าออกไปเร็วเข้า! ข้าจะไปพบท่านโหว! ข้าต้องการบุตรีของข้า——”
บ่าวหญิงสูงวัยที่เฝ้าประตูอยู่นั้น ย่อมมิอาจห้ามปรามฮูหยินแห่งจวนโหวที่ตั้งใจจะออกไปมิได้ ไม่นานนัก ก็จำต้องปล่อยตัวนางออกมา
ฮูหยินเมิ่งเดินโซซัดโซเซไปตลอดทาง แสดงบทมารดาผู้กำลังปวดร้าวจนแทบขาดใจได้อย่างถึงพริกถึงขิง มุ่งหน้าตรงสู่โถงหลักทันที!
“ท่านพี่! หนานหนานของข้า—”
ครั้นเพิ่งก้าวข้ามธรณีประตูโถงหลักไปได้ นางก็ประหนึ่งถูกสูบเรี่ยวแรงจากร่างไปจนสิ้น ขาทั้งสองข้างทรุดอ่อนลงทันใด แล้วเสียง “ตุ้บ” ก็เปล่งดังตามมา ฮูหยินเมิ่งคุกเข่าลงกระแทกกับพื้นอย่างแรง พลางร่ำไห้คร่ำครวญด้วยเสียงอันแหลมโศก น้ำมูกน้ำตาไหลอาบใบหน้า
“สวรรค์! ไยต้องโหดร้ายกับหนานหนานผู้มีชะตาขมขื่นของข้าถึงเพียงนี้ด้วย! ต่อให้นางจะทำผิดพันประการ หรือชั่วหมื่นสถานเพียงใด… แม่บังเกิดเกล้าผู้นี้ก็ยังจะขอให้เจ้ามีชีวิตอยู่เป็นพอ! ฮือออ…”
นางร่ำไห้แสดงละครได้อย่างสมจริงสมจังยิ่ง สีหน้าท่าทางของนางดูประหนึ่งหัวใจและตับไตคนเป็นแม่กำลังแตกแหลกสลายอยู่จริงๆ ทุกถ้อยวาจาคร่ำครวญที่เปล่งออกมา ยิ่งทำให้ศีรษะของเมิ่งชินรุ่ยซึ่งเดิมก็หม่นมัวหงุดหงิดอยู่แล้ว ถึงกับต้องปวดหนึบหนักหน่วง