ยิ่งกว่าเดิม เส้นข้างขมับทั้งสองพลันกระตุกถี่ยิบ
“พอได้แล้ว!” เมิ่งชินรุ่ยตวาดเสียงต่ำอย่างรำคาญ จ้องมองฮูหยินเมิ่งที่ยามนี้ร้องห่มร้องไห้จนน้ำตาเจิ่งนองพื้น
“ผู้ใดอนุญาตให้เจ้าออกมากัน?! มิหนำซ้ำยังทำกิริยาที่เสียมารยาทถึงเพียงนี้ นี่น่ะหรือคือคุณสมบัติแห่งกุลสตรี?!”
ฮูหยินเมิ่งเงยหน้าขึ้น ใช้ผ้าเช็ดปาดหน้าเช็ดน้ำตาบนหน้าอย่างแรง ก่อนจะฝืนกายลุกขึ้นยืน
“ท่านพี่! ข้าได้ยินว่าเกิดเรื่องใหญ่กับหนานหนานเข้าแล้ว จิตใจของข้ายามนี้ช่างปวดระทมเกินกว่าจะพรรณนานัก! เหตุใดฟ้าดินจึงไม่ยุติธรรมถึงเพียงนี้! หนานหนานนางยังเด็กนัก…”
ขณะร่ำไห้ไปด้วยตัดพ้อไปด้วยนั้น นางก็แอบชำเลืองสังเกตมองสีหน้าของเมิ่งชินรุ่ย ที่ยามนี้คล้ายจะยิ่งรู้สึกรำคาญและหงุดหงิดโมโหนมากกว่าเดิม
“แม้บุตรีผู้นี้จะเหลวไหลไม่ได้เรื่อง ทั้งยังเอาแต่ใจไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ จนถึงขั้นออกไปก่อเรื่องผิดพลาดอันใดไว้ข้างนอกบ้างก็ยังไม่รู้… แต่ถึงอย่างนั้น นางก็ยังเป็นสายเลือดแท้ๆของท่านพี่ ขอเพียงท่านพี่เมตตาสักครา ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็จะต้องหาทางตามนางกลับคืนมาให้จงได้! เป็นตายอย่างไรก็ต้องพาคนกลับมาให้ได้เห็นหน้า แต่หากนางตายขึ้นมาจริงๆ ข้าคง… ฮือออ…”
ถ้อยวาจาของฮูหยินเมิ่งยังไม่ทันสิ้นสุดดีนัก น้ำเสียงกระจ่างใสกังวานชวนระรื่นหู ท