ณ เรือนฉงหัว
เมื่อเมิ่งซีโจวกลับถึงเรือนของตนแล้ว จึงได้สั่งการให้บ่าวไพร่ทั้งหมดถอยออกไป
นางเดินไปหยุดอยู่ข้างหน้าต่าง เงยหน้าขึ้นมองดวงดาวที่กระจัดกระจายบางตาอยู่บนท้องนภายามราตรี ปลายนิ้วเคาะกรอบหน้าต่างแผ่วเบาโดยไม่รู้ตัว
อีกเพียงแค่ครึ่งปี…
ระยะเวลาจากนี้ไปจนถึงวันที่เมิ่งหนานอี้จะต้องออกเรือนแต่งเข้าสู่จวนองค์รัชทายาทผู้สง่างามนั้น เหลือเวลาอีกเพียงแค่ครึ่งปีเท่านั้น
สิ่งนี้นอกจากจะนับเป็นหลักประกันใหญ่หลวงที่สุดของสองแม่ลูกคู่นี้แล้ว ยังเปรียบประดจุดาบคมที่แขวนค้างอยู่เหนือศีรษะของนางด้วย
แม้เมื่อวานนางจะสามารถสวมความผิดให้ฮูหยินเมิ่งผู้เป็นมารดาซ้อนทับได้หลายชั้น และบีบคั้นจนทำให้อีกฝ่ายต้องถูกสั่งกักบริเวณอย่างแท้จริงแล้วจะอย่างไร?
ขอเพียงเมิ่งหนานอี้ได้ขึ้นเป็นพระชายาขององค์รัชทายาทอย่างราบรื่น เมิ่งชินรุ่ยผู้เป็นบิดาที่เห็นแก่ผลประโยชน์ตนยิ่งกว่าสิ่งใด ย่อมพร้อมที่จะเหยียบย่ำทั้งกเกณฑ์และจารีตทั้งปวง เพื่อไต่เกาะอำนาจแห่งตำหนักบูรพาเอาไว้แน่น!
ถึงยามนั้น การดิ้นรนต่อสู้ทั้งหมดของนาง อาจจะกลายเป็นเพียงเรื่องน่าขบขันและต้องสูญเปล่า
และเพราะเหตุนี้เอง ทั้งฮูหยินเมิ่งและเมิ่งหนานอี้ย่อมต้องทำทุกวิถีทาง ทั้งสองจะไม่มีวันยอมปล่อยมือจากการช่วงชิงฐานะตัวตนของนางไปเ