ังของนาง ตรงขึ้นสู่กระหม่อมด้านบนอย่างรวดเร็ว
เสียงของฮูหยินเมิ่งอยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อม เปี่ยมไปด้วยแววหยอกเย้าดุจแมวกำลังต้อนหนูให้จนมุม
ด้านนอกห้องมีเสียงอาภรณ์เสียดสีกันอย่างสับสนอลหม่าน เห็นชัดว่านางมิได้มาเพียงลำพังผู้เดียว หากแต่ยังพาคนมาด้วย!
จะทำเช่นไรดี?
หรือควรบุกตะลุยบุกฝ่าออกไปทั้งแบบนี้? หากทำเช่นนั้นย่อมมิต่างอันใดจากลูกแกะเดินเข้าปากพยัคฆ์!
หรือจะหลบซ่อนดี? แต่ห้องชั้นในอันคับแคบแห่งนี้ กลับไร้ที่ให้ซ่อนกาย!
เสียงหัวเราะของฮูหยินเมิ่งเปล่งดังขึ้นอีกครา แฝงไว้ด้วยความลำพองใจอยู่หลายส่วน
“เดิมทีข้าคิดว่าเจ้าคงจะระมัดระวังเสียยิ่งกว่านี้ อย่างน้อยก็คงไม่โง่เขลา ถึงขั้นยื่นโอกาสงามเลิศเช่นนี้มาให้ข้าจับผิดได้โดยง่าย…”
เมิ่งซีโจวบีบกำสองหมัดแน่นยิ่งขึ้น ทว่ายังคงปิดปากเงียบ ไม่เอื้อนเอ่ยอันใดออกมาแม้สักนิด
“ว่าอย่างไรเล่า? ‘คุณหนูรอง’ กลายเป็นใบ้ไปแล้วรึ? หรือว่า…เจ้ามาที่นี่เพื่อมองหาสิ่งของบางอย่างที่ชู้รักของเจ้าทิ้งไว้เอาให้กันแน่?”
นางจงใจเน้นคำว่า ‘ชู้รัก’ ด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ซึ่งประหนึ่งเป็นเข็มพิษที่ทิ่มแทงเข้าใส่เส้นประสาทของเมิ่งซีโจวโดยตรง
“ช่างน่าเสียดายนัก เขากลับจากไปอย่างสะอาดหมดจด มิได้ทิ้งสิ่งใดไว้ให้เจ้าเลย… อีกประเดี๋ยวท่านพ่อของเจ้า