บทที่32 อกตัญญู! นำกตระกูลมา!
เมิ่งชินรุ่ยที่โลดแล่นอยู่ในแวดวงขุนนางมาเนิ่นนานหลายปี เฝ้าอวดอ้างตนมาตลอดว่าเป็นผู้บ่มเพาะจิตใจจนถึงขั้นที่ว่า ‘แม้เขาไท่ซานถล่มลงต่อหน้า สีหน้าก็ยังมิอาจแปรเปลี่ยนได้’ แต่ยามนี้กลับถูกเรื่องอื้อฉาวอันน่าละอาย ที่บุตรีและบุตรชายแห่งสายเลือดตนเป็นผู้ก่อขึ้น ทำเอาทั้งตกตะลึงทั้งโมโหเดือดดาลจนเลือดลมถึงกับพลุ่งพล่านขึ้นสู่ทรวงอก
เขารู้สึกเพียงว่านภาปฐ)พีหมุนเคว้งคว้าง ขาทั้งสองข้างอ่อนยวบจนแทบมิอาจทรงกายยืนได้อยู่
ถัดจากนั้น เปลวเพลิงแห่งความแค้นเคืองล้นฟ้า ก็พลันพุ่งตรงใส่ฮูหยินเมิ่งในบัดดล!
เรื่องอัปยศอดสูสะเทือนฟ้าสะท้านดินเช่นนี้ เพียงพอที่จะทำให้ผู้คนทั้งตระกูลต้องมัวหมอง และตัดขาดซึ่งเส้นทางขุนนางของเขาจนสิ้นซากได้ เรื่องเช่นนี้นับเป็นเรื่องที่ควรจะนำมาพูดอย่างเปิดเผย และโพนทะนาต่อหน้าบ่าวไพร่ทั้งจวนอย่างนั้นหรือ?!
หากมีบ่าวปากมากผู้ใดนำเรื่องนี้ออกไปแพร่งพรายสู่ภายนอกแม้เพียงครึ่งคำ จวนจงหย่งโหวของเขายังจะมีหน้าอันใดยืนหยัดอยู่ในเมืองหลวงแห่งนี้ได้อีกเล่า? และตัวเขาเมิ่งชินรุ่ย ยังจะมีหน้าอันใดยืนอยู่กลางราชสำนักได้อีกเล่า?!
สตรีโง่งมผู้นี้! ช่างโง่เขลาจนยากจะเยียวยาแล้วจริงๆ!
แต่เขากลับหารู้ไม่ว่า ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นแผนการที่ฮูหยินเม