าของฮูหยินเมิ่งพลันปรากฏประกายเย็นเยียบฉายวาบผ่าน นางยกมือลูบไล้แผ่วเบาพลาเอ่ยปลอบโยนบุตรีคนโปรดว่า
“เด็กดีของแม่ เจ้าอย่าได้ร้องห่มร้องไห้เสียใจไปเลย มันเป็นเพียงสวะชั้นต่ำจากบ้านนอกเท่านั้น ยังจะกล้าคิดเพ้อฝันหมายปองบุตรีของข้าอีกรึ?”
นางหันไปทางพ่อบ้านหลินที่นั่งอยู่กับพื้น เนื้อตัวของเขาสั่นระริกราวใบไม้ต้องลม เมื่อได้ยินน้ำเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็งที่ทำให้เหน็บหนาวเสียดแทงเข้าถึงกระดูก
“เจ้าได้ยินแล้วใช่หรือไม่? ไปจัดการเจ้าคนไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงนั่นเสียให้เรียบร้อย — ตัดลิ้นมันออกมาแล้วโยนให้สุนัขกินเสีย! อีกทั้ง…จัดหาชายฉกรรจ์โฉดสักคนไปช่วยเอาอกเอาใจ แล้วก็ดูแลคุณหนูตัวนั้นเพิ่มอีกสักหน่อยเถิด อย่าให้นางต้องใช้ชีวิตอยู่ในชนบทด้วยหัวใจเปลี่ยวเหงาจนเกินไป!”
พ่อบ้านหลินได้ยินดังนั้น ประหนึ่งได้รับการอภัยโทษจากสรวงสวรรค์ แม้ความเจ็บปวดจะทิ่มแทงลึกไปถึงขั้วกระดูก ก็ยังฝืนคลานลุกลี้ลุกลนถอยหนีออกไปโดยมิกล้าชักช้า
ฮูหยินเมิ่งโอบกอดบุตรีไว้ในอ้อมอก เอ่ยถ้อยคำอ่อนโยนปลอบประโลม ราวกับเมื่อครู่ผู้ที่สั่งตัดลิ้นโยนให้สุนัขกินนั้นมิใช่ตัวนาง
“เอาล่ะๆ ลูกสาวคนดีของแม่ เจ้าอย่าได้ขุ่นเคืองใจอีกเลยนะ พรุ่งนี้องค์รัชทายาทก็จะเสด็จมาเยี่ยมเจ้าด้วยพระองค์เองแล้ว หากร่ำไห้