พลิกกายยังมิอาจทำได้ ผ้าห่มเก่าโทรมบนร่างถูกย้อมจากสีเหลืองกลายเป็นสีน้ำตาลอมดำ
เสียงเปิดประตูของเมิ่งซีโจวทำให้นางฝืนลืมตาที่พร่ามัวดุจปลาตายขึ้นมอง
“โอ้? นี่เจ้ายังมีลมหายใจอยู่อีกรึ?” เมิ่งซีโจวแสร้งร้องถามด้วยความประหลาดใจ น้ำเสียงเย้ยหยันอย่างไม่คิดปิดบัง
“ข้า… แน่นอน! แน่นอนว่าต้องมีชีวิตอยู่!!” แม่เ่าจางแค่นเสียงแหบพร่าเอ่ยผ่านลำคอ ยามนี้นางเริ่มเพ้อหนักเพราะพิษไข้สูงจากอาการเจ็บป่วย พูดจาเลื่อนลอยจนแทบฟังไม่รู้เรื่องเข้าไปทุกที
“ข้า…ข้าคือผู้มีดวงชะตาแกร่งกล้า ต้องมีอายุยืนยาวถึงร้อยปี! เฉิงเอ๋อร์ก็จะได้เป็นเศรษฐ)ีใหญ่ พาข้าไปเลี้ยงดูให้อยู่ดีกินดี! ส่วนจั๋วเอ๋อร์.. เขา…เขาก็จะสอบได้เป็นจอหงวน!จากนั้น ก็ขี่ม้าสง่างามกลับมารับข้าที่หมู่บ้านอย่างองอาจ!”
“หมายถึงจางจั๋วรึ?”
เมิ่งซีโจวแค่นหัวเราะออกมาเสียงหนึ่ง วาจาแต่ละคำประหนึ่งคมมีดกรีดแทง
“ป่านนี้เขาคงจะกลายเป็นเศษชิ้นเนื้อเละเทะตกตายอยู่ข้างถนนสักแห่งแล้วกระมัง ดูท่าท่านแม่คงจะยังไม่ล่วงรู้สินะ? ระหว่างที่จางจั๋วออกเดินทางไปกับอาจารย์ของเขา รถม้าได้เกิดเหตุพลิกคว่ำ ได้ยินว่ากะโหลกศีรษะของเขาถึงกับแหลกละเอียดไม่เหลือชิ้นดี… วันนี้อากาศค่อนข้างดีทีเดียว ต้นหญ้าบนหลุมศพของเขาคงจะงอกงามจนกลายเป็นผืนหญ้าเขียวชอุ่