วบ้านจึงล้วนไม่ใคร่เต็มใจจะมาช่วยงานนัก
“ไหนว่ายังมีชีวิตอยู่อย่างไรเล่า? ไฉนตอนนี้กลับตายเสียแล้ว? เดี๋ยวเป็นเดี๋ยวตาย ไม่มีความแน่นอน นี่เล่นตลกหลอกผู้คนเล่นหรืออย่างไรกัน?”
ป้าหลูเพื่อนบ้านกอดอกพลางกลอกตามองบนใส่ เมิ่งซีโจวพลันยกมือขึ้นปิดใบหน้า ก่อนจะร้องห่มร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา
“ท่านป้า… โปรดอย่าได้ถือสาท่านแม่เลย นางเพิ่งจะสูญเสียบุตรติดต่อกันหลายคน บัดนี้สติสตางค์จึงได้ฟั่นเฟือนไปหมดแล้ว! เมื่อคืน…ยังถึงขั้นเพ้อหนัก เห็นของเหลวในโถปัสสาวะเป็นสุราเก่าแก่ชั้นเลิศ ถึงกับร้องโวยวายจะดื่มมันให้ได้! ขอท่านป้าได้โปรดเมตตาพวกเราสักคราเถิด ถือว่าเห็นแก่ร่างไร้วิญญาณพี่จื้อของข้า ให้อภัยนางสักครั้งเถิด!”
ถ้อยวาจาที่นางกล่าวนั้น ล้วนครึ่งจริงครึ่งเท็จ ในระยะเวลาเพียงไม่กี่วันนี้ จิตใจของแม่เ่าจางได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนักครั้งแล้วครั้งเล่า ยามเช้าครั้นฟื้นคืนสติขึ้นมา ก็ประหนึ่งวิญญาณหลุดลอยออกจากร่าง ดวงตาขุ่นมัวไร้แววชีวิตชีวา เมิ่งซีโจวถึงกับใคร่ครวญคิดกับตัวเองว่าควรจะทำเช่นไรดี สุดท้ายจึงได้เข้าครัวไปปรุงยาต้มให้หญิงชราดื่มด้วยตนเอง ทั้งนี้เพื่อหวังพยุงลมหายใจของนางต่ออีกสักหน่อย—
อย่างน้อยก็ต้องประคับประคองให้นางมีชีวิตอยู่จนกว่าจางจั๋วจะกลับมา
เมื่อป้าหลูได้ยินว่าหญิ