ด้ฟื้นคืนสติกลับมาอีกครา
นางพยุงร่างกายที่โงนเงนลุกขึ้นนั่งด้วยสีหน้างุนงง สิ่งเดียวที่นางสัมผัสได้ในเวลานี้ก็คือ ความรู้สึกปวดร้าวกระดูกไปทั่วกาย ประหนึ่งร่างทั้งร่างถูกบดถูกทุบจนแตกละเอียด หันข้างสักเล็กน้อย พลางพบเห็นเมิ่งซีโจวกำลังนั่งอยู่ที่ธรณีประตู ในมือถือถ้วยข้าวกินไปพลางจ้องมองนางไปพลางอย่างสำราญใจ
“ท่านแม่ ที่แท้ท่านเองก็มีรสนิยมดีไม่น้อยเลย รู้จักมานอนชมวิวทิวทัศน์ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายเช่นนี้ด้วย?”
ฝ่ายหญิงชรากำลังจะอ้าปากเตรียมด่าทอชุดใหญ่ หากแต่สังเกตเห็นกลุ่มชาวบ้านหลายคน กำลังช่วยกันยกหามโต๊ะเก้าอี้และม้านั่งเข้ามาในลานบ้านตระกูลจางคนละไม้คนละมือ เห็นเช่นนี้เข้าผู้ใดจะไม่ตกอกตกใจเล่า
“พวกเจ้ากำลังทำอันใดกันอยู่?”
นางร้องตะโกนถามออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่า
ชาวบ้านต่างพากันวางข้าวของในมือลง พลางทอดถอนใจแล้วจึงเอ่ยตอบไปว่า
“เฮ้อ… แม่เ่าจางเอ้ย อย่างไร…พวกเราก็เสียใจด้วยจริงๆนะ”
“พวกเราทุกคนในหมู่บ้าน กำลังช่วยกันขนโต๊ะขนเก้าอี้สำหรับจัดงานศพในวันพรุ่งนี้มาให้…”
“เหลวไหลทั้งเพ!”
แม่เ่าจางไม่รู้ไปเอาเรี่ยวเอาแรงมาจากไหน จู่ๆก็พลันดีดตัวลุกขึ้นจากพื้นในบัดดล นางพุ่งถลาเข้าใส่กลุ่มชาวบ้านเหล่านั้นรวดเร็วเสียยิ่งกว่าแมวถูกเหยียบหาง
“จื้อเอ๋อร์ของข้ายังมีชีวิตอยู่ดี