ถึงเรื่องของพี่สาวกับพี่เขย ผู้คนล้วนกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า ทั้งหมดเป็นเวรกรรมที่แม่เ่าจางเป็นผู้ก่อขึ้นเองทั้งสิ้น
จางเฉิงย่อมรู้จักอุปนิสัยของมารดาดีว่าเป็นคนเช่นไร แต่ทว่าเมิ่งซีโจวผู้นั้นเองก็กลับไม่รู้จักกาลเทศะยิ่งนัก โบราณว่าไว้ ‘เรื่องอัปยศในเรือนมิอาจแพร่งพรายออกสู่ภายนอก’นางจะอดกลั้นเสียบ้างมิได้เชียวหรือ?
จางเฉิงแค่นหัวเราะเสียงเบา พลางนึกในใจว่า — มิน่าเล่าจึงได้ถูกตระกูลเดิมทอดทิ้งไม่ไยดี เห็นทีเขาคงต้องหาโอกาสอบรมสั่งสอนนางเป็นการส่วนตัวเสียบ้างแล้ว อีกทั้งเขายังจะได้รับข่าวคราวใหม่ๆส่งรายงานกลับไปยังตระกูลเดิมของนางด้วย
เมิ่งซีโจวคำนวณเวลาไว้แล้ว ครั้นก่อนถึงเวลารับประทานอาหาร นางจึงค่อยๆได้สติฟื้นตื่นขึ้นมาอย่างเชื่องช้า
บนโต๊ะอาหาร แม่เ่าจางเฝ้าเอาอกเอาใจจางเฉิงบุตรชาย ช่วยคีบกับข้าวให้เขาไม่หยุดหย่อน ปากก็พลางร้องถามไปว่า
“เฉิงเอ๋อร์ ช่วงนี้งานของเจ้าคงจะหนักมากกระมัง ร่างกายจึงได้ผ่ายผอมลงไปถึงเพียงนี้”
จางเฉิงนั้นทั้งล่อลวงผู้คนไปขาย ทั้งช่วยผู้อื่นลักพาตัวคนตามสั่ง งานสกปรกอันใดก็ล้วนแต่รับมาทำเองทั้งหมด แล้วจะไม่ให้เขาเหน็ดเหนื่อยได้อย่างไรกัน
“ก็พอทนได้ท่านแม่ เพียงแต่ระยะนี้มีท่านผู้หนึ่งต้องการหมอหญิง ข้าตระเวนหามาครึ่งเดือนแล้วก็ยังไม่