ขณะนั้น แม่เ่าจางกำลังกลิ้งเกลือกอยู่กับพื้น ร้องโวยวายออกมาไม่เป็นท่า ครั้นเมื่อเห็นเมิ่งซีโจวเป็นลมหมดสติอยู่ในอ้อมแขนของบุตรชายก็เดือดดาลขึ้นทันที รีบกระโดดลุกพรวดขึ้นโดยเร็ว ปากก็ร้องตะโกนก่นด่านางไม่หยุด
“นังสารเลว! นี่แกยังกล้าเสแสร้งแกล้งเป็นลมอีกรึ! นังหญิงชั่ว!”
ไม่เพียงเท่านั้น แม่เ่าจางยังคว้าท่อนฟืนขึ้นมา พร้อมกับตวาดเสียงกร้าวขึ้นว่า “คอยดูเถิด วันนี้ข้าจะต้องตีให้เจ้าเป็นลมสลบไสลไปจริงๆ!”
แต่ทว่าท่อนฟืนที่ฟาดลงไปกลับถูกจางเฉิงยกมือเข้าขวางไว้ แม่เ่าจางถึงกับตะลึงงัน สีหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง ก่อนจะร่ำไห้ร้องโอดครวญออกมาด้วยความน้อยอกน้อยใจ
“ลูกเอ๋ย นี่เป็นเล่ห์มารยาของนังจิ้งจอกตนนี้ เจ้าอย่าได้หลงกลมันเชียวล่ะ!”
“ท่านแม่ ท่านรีบไปหุงข้าวเถิด ข้าหิวมากแล้ว”
จางเฉิงคร้านจะต่อความยาวสาวความยืดกับผู้เป็นมารดาอีก จึงได้ประคองร่างของเมิ่งซีโจวกลับเข้าเรือนพร้อมเอ่ยต่อว่า “ข้าขอเข้าไปดูน้องรองก่อน”
แม่เ่าจางโมโหคับแค้นจนถึงกับต้องกระทืบเท้าด้วยความอัดอั้น นับแต่สิ้นสามีไป บุตรชายคนโตผู้นี้ก็เปรียบประดุจฟ้าดินของนาง นางจึงมิอาจขัดคำสั่งของเขา ได้แต่จำใจหันหลังเดินกลับเข้าครัวไปอย่างเงียบๆ
ระหว่างที่แม่เ่าจางกำลังหุงหาอาหารอยู่นั้น จางเฉิงก็ได้ออกไปสอบถามชาวบ้าน