“เจ้าทำเถิด… แต่จงเบามือหน่อย เจ้าต้องเบามือให้มากล่ะ!”
เมิ่งซีโจวคว้าเคียวในมือแม่เ่าจางคืนมา พลางจ้องมองสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดทุกข์ทรมานของแม่เ่าจางด้วยความรู้สึกสะใจอย่างมาก
เจ็บปวดทรมานอย่างนั้นหรือ? ทั้งหมดนี้… เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้นนังเ่า!
นางก้มมองเคียวในมือ พร้อมเผยรอยยิ้มเย็นเยียบ จากนั้นก็ฟาดฉับลงไปอย่างสุดกำลัง!
จางจื้อกรีดร้องโหยหวนออกมาประดุจสุกรถูกเชือด เสียงของเขาแหลมบาดหูยิ่งนัก
แม่เ่าเจียงถึงกับลนลานสั่นสะท้าน รีบตรงเข้าไปก้มเก็บชิ้นเนื้อแท่งนั้นที่กลิ้งหล่นลงมา แล้วนำไปห่อผ้าไว้ ส่วนเมิ่งซีโจวกลับเดินออกจากห้องไป แล้วดึงหญ้าแถวนั้นขึ้นมาอย่างลวกๆกำมือหนึ่ง
ครั้นกลับเข้ามาในห้องอีกครา ก็เห็นแม่เ่าจางกำลังโอบกอดจางจื้อที่เจ็บปวดจนสลบไสลไป พร้อมกับร้องไห้คร่ำครวญออกมาปริ่มว่าจะขาดใจ
“จะร้องไปใยเล่าท่านแม่ ขืนร้องห่มร้องไห้มากๆ โชควาสนาจะหนีหายไปเสียหมด!” เมิ่งซีโจวหัวเราะคิกคัก พลางเอ่ยวาจาเย้ยหยัน
แม่เ่าจางได้ฟังถึงกับหันขวับมา จ้องมองนางด้วยสายตาเคียดแค้นอำมหิต
“นังสัตว์เดรัจฉาน! สมควรเอาปากเจ้าไปจุ่มในบ่ออาจมเสียให้รู้แล้วรู้รอด ดูซิว่ายังจะกล้าส่งเสียงออกมาอีกหรือไม่!”
เมิ่งซีโจวสะบัดหญ้าในมือ พลางเอ่ยอย่างไม่แยแสใส่ใจ