“ผู้ใหญ่! ท่านอย่าได้หลงกลนังหญิงแพศยาอัปรีย์ผู้นี้เลยนะเจ้าคะ! นางน่ะช่างเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก แสร้งทำตัวเป็นหมอเพื่อหวังจะหลบซ่อนตัวอยู่ในเรือนของท่าน! สตรีที่ใดเล่าจะสามารถร่ำเรียนการแพทย์ได้ นี่ล้วนเป็นเรื่องผิดขนบธรรมเนียมประเพณี ทั้งยังละเมิดศีลธรรมอันดีโดยแท้!”
วาจาของนางยังมิทันสิ้นสุดดีนัก ก็พลันมีศีรษะน้อยๆโผล่พ้นกรอบหน้าต่างออกมา ผู้ที่ปรากฏก็คือบุตรชายของผู้ใหญ่บ้านที่ป่วยอิดโรยอาการร่อแร่นั่นเอง
“ท่านแม่เ่าจางอย่าได้กล่าววาจาเหลวไหลเช่นนี้ พี่สาวหาใช่คนหลอกลวงเหมือนที่ท่านกล่าวไม่!”
นี่นางถึงกับช่วยคนให้ฟื้นคืนชีวิตได้จริงๆรึ?!
แม่เ่าจางเห็นเช่นนั้นก็ถึงกับตะลึงงัน ดวงตาทั้งสองเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง
ผู้ใหญ่บ้านแค่นเสียงเย็นชากล่าวตอบ “แม่เ่าจาง ตระกูลของเจ้าคงจะต้องเผชิญเคราะห์กรรมมานับแปดชั่วคนกระมัง บุญจึงได้หล่นทับครอบครัวของเจ้าเช่นนี้ สวรรค์จึงได้ส่งสตรีที่เปรียบดั่งหมอเทวดามาให้เป็นสะใภ้! ไม่ยกย่องทะนุถนอมก็แล้วไป นี่ยังจะกล้าชี้หน้าด่าทอนางอีกรึ — เจ้านี่มันช่างมีนิสัยต่ำช้าสิ้นดี!”