แม้มิอาจรู้แน่ชัดว่าจ้าวเข่อเหรินจะสําแดงสิ่งใด ทว่าจ้าวเข่อหรันมอง ออกชัดเจน น้องสาวผู้นั้นมั่นใจยิ่งนัก ดวงตาฉายแววทะนง ราวกับชัยชนะ อยู่ในก้ามือแล้ว จ้าวเข่อหรันอดสงสัยมิได้
นับแต่ก้าวเข้าสู่งานคัดเลือกพระ
ชายา ใจของจ้าวเข่อเหรินล้วนมุ่งตรงไปยังองค์รัชทายาท เช่นนั้นแล้ว นาง
ย่อมต้องคิดหาวิธีสะกดสายตาเขาให้จงได้
หากจะประชันพิณ นางย่อมมิอาจทัดเทียมฉินอี้เหมี่ยว หากจะ ประชันรําา ย่อมไม่อาจเหนือกว่ากระบี่ร่ายของหลินซิ่วซิ่ว เช่นนั้น…เหลือเพียง หนทางเดียวเท่านั้น
“เอาชนะด้วยความแปลกใหม่
ไม่นานนักก็ถึงคราวของจ้าวเย่อเหริน ทว่าการแสดงของนางกลับทํา ให้ผู้คนทั้งท้องพระโรงตะลึง นางเลือกวาดภาพ จ้าวเข่อหรันพลันเข้าใจ จ้าวเย่อเหรีนฉลาดนัก นางรู้จุดแข็งของตนดี ยามก่อน ภาพ “ชุนเกลอ เหยียบหิมะ” ก็เคยหลอกลวงผู้คนมานับไม่ถ้วน ฝีแปรงของนางนั้น….มิใช่
ธรรมดา
กลางลานถูกตั้งโต๊ะยาว กระดาษขาวผืนหนึ่งปูรออยู่ จ้าวเข่อเหริน ก้าวขึ้นเวทีโดยไม่เหลียวมองผู้ใด หยิบพู่กันขึ้นอย่างมั่นคง
“จ่มชาดแต้มกลีบ
จ่มยาวแต่งผิว
จุ่มครั่งแต้มริมฝีปาก
จุ่มหมึก วาดคิ้วโค้งดุจพระจันทร์
จ่มเขียวหยกแต่งปิ่นปักผม
จุ่มทองประดับกําไล
จุ่มน้ําเงินครามแห่งอาภรณ์
พู่กันเคลื่อนไหวลื่นไหลดุจสายธารฤดูใบไม้ผลิ ไม่นานภาพก็เสร็จสิ้น บันทชูภาพขั้นให้ทุกผู้ได้ชม ทั้งท้องพระโรงพลันเงียบงัน เพราะภาพนั้น คือ…ฮองเฮา งามสง่าดุจมีชีวิต ดวงพักตร์