ลืมหายใจ นี่มิใช่เพียงการร่ายรํา นี่คือศิลปะ กระบี่หนึ่งเล่ม ร่ายชีวิตทั้งชีวิตลงบนผืนเวหา ครั้นท่วงท่าสุดท้ายจบลง เสียงปรบมือดังกึกก้องราวฟ้าร้องสะเทือนราชสํานัก เหล่ายูนคึกหลายคนถึง กับลุกพรวดขึ้น ตบมือพลางร้อง
“ดี! ดีเหลือเกิน!”
อย่างลืมมาด ฮ่องเต้ซือถูหลิงจื้อทอดพระเนตรด้วยแววตาชื่นชม
ก่อนตรัสหัวเราะอย่างพึงพอพระทัย
“สมแล้วที่เป็นบุตรีของแม่ทัพหลินเวย ช่างเป็นสตรีผู้เพียบพร้อม ทั้งบุ๋นและบู๊แท้จริง ฮ่า ๆ ๆ กระบี่ร้าหนึ่งครา สะเทือนทั่วสี่ทิศ!”
หลินซิ่วซิ่วค้อมกายครึ่งหนึ่งอย่างนอบน้อม แม้เอื้อนเอ่ยถ่อมตนว่า เป็นเพียงฝีมือเล็กน้อย อาจรับคําชม แต่ในอกนั้นความภาคภูมิกลับพองโต ดุจคลื่นนํ้าหนุน ใช่ นางต้องการให้ทุกคนเห็น โดยเฉพาะเขา ฮือชวี่
ต่อให้ด้านวรรณศิลป์นางมิอาจเทียบจ้าวเข่อหรัน แต่ในด้านอื่นเล่า? นางไม่ยอมด้อยกว่า! สตรีเช่นนาง ทั้งงาม ทั้งเก่ง ทั้งแข็งแกร่ง จึงคู่ควรยืน เคียงข้างองค์ชายอ๋องผู้สูงศักดิ์ มิใช่ดอกไม้กระดาษที่มีเพียงถ้อยคําหวานล้ํา
แต่ไร้แก่นสาร
เมื่อคิดดังนั้น นางจึงเหลือบมองไปยังที่ประทับของฮือกูชวี่ และพบ ว่าเขากําลังมองนางอยู่ แววตานั้น ชื่นชม หัวใจหลินซิ่วซิ่วสั่นสะท้าน ความ หวังบางเบาแผ่ซ่านในอก หวานล้ําดุจน้ําผึ้งหยดแรกแห่งฤดูใบไม้ผลิ บาง ที… นางอาจมีโอกาส?
ทว่า ความจริงโหดร้ายยิ่งกว่าคมกระบี่ ชื่อกู ชื่นชมการร้าของนาง จริง หากเป็นเพียงในฐานะผู้ชมคนหนึ่งเท