หลังจากพักกันชั่วครู่ บรรดาคุณหนูจากแต่ละตระกูลก็ต้องเข้าสู่ช่วง ที่สองของงานคัดเลือกพระชายา การแสดงความสามารถ เพราะช่วงนี้ต้องใช้ เวลานานกว่าการแต่งกลอน แต่ละคนต่างเตรียมตัวเต็มที่ จึงให้ทุกคนนั่ง ประจําที่เสียก่อน หากทุกคนต้องขึ้นเวทีคนละหนึ่งการแสดง กว่าจะจบก็คง ยืดยาวไม่น้อย
ฮ่องเต้ซือถูหลิงจื้อทอดพระเนตรลงไปยังเบื้องล่าง พลางหัวเราะ
อย่างอารมณ์
“ฮ่า ๆ ๆ เมื่อครู่พวกเจ้าทั้งหลายได้สําแดงความรู้กันไปแล้ว บัดนี้ก็ มาดูกันเถิดว่า ใครมีความถนัดสิ่งใดเป็นพิเศษ
ไทเฮาทรงแย้มสรวลรับค้า
“ถูกต้องนัก จากเมื่อครู่ก็พอเห็นได้ว่าบุตรสาวแต่ละจวนล้วนเปี่ยม ด้วยสติปัญญา เชื่อว่าเหล่าองค์ชายย่อมมีภาพคร่าว ๆ ในใจแล้ว ส่วนท้ายที่ สุดผู้ใดจะคว้าตําาแหน่งชายา ก็ต้องดูจากผลงานต่อไปนี่เอง”
ฮ่องเต้ทรงเหลียวพระพักตร์ไปยังเหล่าสนม
ง
“แล้วพวกเจ้าล่ะ มีผู้ใดในใจแล้วหรือไม่ ว่าปรารถนาให้โอรสของตน เลือกสตรีจากตระกูลใด?”
ฮองเฮายิ้มละไม ตรัสด้วยน้าเสียงอ่อนโยน
“ฝ่าบาท หม่อมฉันเปิดใจกว้างที่สุดแล้วเพคะ เทียนเอ๋อร์จะถูกใจผู้ ใด หม่อมฉันย่อมไม่ขัดขวาง สุดท้ายแล้วชีวิตคู่เป็นของคนหนุ่มสาว หม่อม ฉันจะไปก้าวก่ายได้อย่างไร
คํากล่าวนั้นทําให้จ้าวเย่อเหรินที่นั่งอยู่เบื้องล่างหัวใจพองโต ถ้าเป็น
เช่นนี้… ไม่ว่ามองค์รัชทายาทจะเลือกผู้ใด ฮองเฮาก็จะไม่คัดค้านใช่หรือไม่? หากองค์ชายเลือกนาง ฮองเฮาก็ไม่อาจกลับค้าได้ ไม่เช่นนั