้นก็เท่ากับตบหน้า ตนเองต่อหน้าผู้คน ยิ่งคิด จ้าวเข่อเหรินก็ยิ่งยิ้มลําพอง ฉินอี้เหมี่ยวจะ ประจบฮองเฮาไปทําไม ในเมื่อผู้ตัดสินคือองค์ชาย!
ทว่า จ้าวเข่อหรันที่เห็นสีหน้าลําพองนั้น กลับแค่นหัวเราะอยู่ในใจ ไร้ เดียงสานัก…คําพูดในวังหลวง มีสักกี่คําที่เป็นความจริง? นางแทบจะมอง เห็นอนาคต ความเพ้อฝันนั้นกําลังจะพังครืนต่อหน้าอย่างไร้ปรานี
ฮ่องเต้ทรงยิ้มพีงพอพระทัย
“ดูเหมือนฮองเฮาจะใจกว้างจริง ๆ เอาเถิด อย่างไรเสีย ชีวิตก็เป็น ของพวกเขา ให้เลือกตามใจย่อมดีกว่า”
เหล่าสนมเห็นฮองเฮาได้รับค่าชม ต่างรีบสําแดงความใจกว้างของตน บ้าง ทุกคนล้วนกล่าวว่าจะไม่ก้าวก่ายการตัดสินใจของโอรส ไทเฮาทรง หัวเราะเบา ๆ
“ได้ยินกันแล้วใช่หรือไม่ พวกเจ้าจงพยายามให้เต็มที่เถิด”
บรรดาคุณหนูเบื้องล่างต่างยิ้มแย้ม ดวงตาเป็นประกายแห่งความ
หวัง ราวกับเพียงแสดงได้ดี ก็จะได้ครอบครองตําแหน่งชายาในพริบตา จ้าวเข่อหรันมองภาพนั้นแล้วรู้สึกขมขื่น วันนี้ ไม่ว่าจะการประลองกวีหรือ การแสดงความสามารถ ก็เป็นเพียงฉากหนึ่งของละครใหญ่เท่านั้น
ก่อนงานจะเริ่มเสียอีก บรรดาพระสนมคงจัดวางหมากในใจเสร็จสิ้น แล้ว ผู้ใดจะได้ครองตําแหน่ง ล้วนมีเงามือของอ้านาจกําาหนดไว้แต่ต้น ความ ฝันของหลายคน…คงแตกสลายอย่างเงียบงัน
“เอาล่ะ เริ่มได้” ฮ่องเต้ตรัส
“เงินแทบรอไม่ไหวแล้ว”
ผู้ขึ้นแสดงคนแรกคือหยุนยี เพราะนางจับได้หมายเลขหนึ่ง จ้าวเข่อหรันมองด้วยความคาดหวัง