ตลอดหลายวันถัดมา บรรดาคุณหนูผู้เข้าร่วมคัดเลือกต่างพํานักอยู่ ภายในพระราชวัง มิได้ออกไปไหนโดยพลการ ยามว่างก็อ่านตํารา ฝึกปักผ้า หรือจับกลุ่มกับสหายที่คุ้นเคย ภายใต้การดูแลของเหล่านางกํานัลและแม่
นม เดินชมทัศนียภาพในเขตวังหลวงอย่างสํารวม
ส่วนจ้าวเข่อหรันนั้น หากมีเวลาว่างก็มักอยู่กับหลินซิ่วซิ่วและหยุนอีอี
เสียมากกว่า กลับแทบมิได้สนทนากับจ้าวเย่อเหรินหรือฉินอี้เหมี่ยวเลยแม้ แต่น้อย ในช่วงไม่กี่วันนี้ มีคุณหนูหลายคนถูกพระสนมในวังเรียกเข้าเฝ้า แม้ ปากจะมีเอ่ย แต่ลึกในใจก็ปลาบปลื้ม เพราะทุกคนล้วนรู้ดีว่า การเรียกเข้า เฝ้าเช่นนี้เกี่ยวข้องกับงานเลือกพระชายาโดยตรง ยิ่งได้รับความสนใจมาก เพียงใด โอกาสก็ยิ่งมากขึ้นเพียงนั้น
โดยเฉพาะฉินอี้เหมี่ยว ถูกฮองเฮาเรียกพบหลายครา จ้าวเย่อเหรินที่ พักอยู่ชายคาเดียวกับนาง แม้ไม่คิดอยากรู้ก็ยากจะไม่รับรู้ ทุกครั้งที่เห็น ฉินอี้เหมี่ยวแต่งกายงดงามมุ่งหน้าไปยังตําหนักที่เพิ่ง นางก็แทบกัดฟันจน เลือด บ ความริษยาร้อนรุ่มในอกยิ่งทวีขึ้นทุกวัน ใบหน้าที่เคยสดใสกลับ หม่นคล้ําลงทีละน้อย
ตรงกันข้าม ฉินอี้เหมี่ยวกลับราวสายลมฤดูใบไม้ผลิ อ่อนหวานและ ภาคภูมิ ทว่า มีสิ่งหนึ่งที่จ้าวเข่อหรันรู้สึกผิดสังเกต ตลอดหลายวันนี้ สนมซูเฟยกลับไม่เคยเรียกพบจ้าวเข่อผิงเลยแม้แต่ครั้งเดียว
แม้ในนามซูเฟยจะเป็น “อาหญิง” ของนาง แต่ความสัมพันธ์กับสาย ของบิดานางมิได้แนบแน่นนัก ไม่เรียกพบตน