หรือจ้าวเย่อเหรินก็ยังพอเข้าใจ ได้ แต่จ้าวเข่อผิงนั้น บิดาของนางคือพี่ชายแท้ ๆ ของ เฟย ตามเหตุผล แล้วควรสนิทสนมยิ่งนัก
ทว่ากลับมิได้พบกันเป็นการส่วนตัวเลย นอกจากวันที่เข้าเฝ้าทิ่
ตําหนัก เพิ่ง ครั้งเดียวเท่านั้น อีกทั้งวันนั้น ซูเฟยยังมิได้เอ่ยกับจ้าวเข่อผิง แม้แต่ค่าเดียว ความเงียบเช่นนี้…ผิดธรรมดาเกินไป
จ้าวเข่อหรันครุ่นคิดแล้วตัดสินใจให้ฮวาเชียงไปสืบข่าว ฮวาเชียงใน ยามนี้เดินเข้าออกในวังได้สะดวก หากให้ไปไต่ถามย่อมเหมาะสมที่สุด หากมี คลื่นใต้น้ําใดซ่อนอยู่ อย่างน้อยนางจะได้ตั้งรับทันเวลา ไม่นานนัก นางเรียก
ฉินเชียงเข้ามา
“ฉันเชียง เวลานี้อวาเชียงเคลื่อนไหวในวังสะดวก เจ้าช่วยบอกให้นาง ไปสืบเรื่องหนึ่งให้ข้าที
ให้ได้”
ฉินเซียงก้มรับอย่างนอบน้อม
“คุณหนูโปรดสั่งมาเถิด ไม่ว่าเรื่องใด ฮวาเชียงย่อมหาทางรู้ความจริง
จ้าวเย่อหรันทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่างก่อนเอ่ยช้า ๆ
“ช่วงหลายวันมานี้ พระสนมแต่ละตําหนักต่างเรียกคุณหนูไป สนทนา ใคร ๆ ก็รู้ดีว่าคือการคัดเลือกสะใภ้ในอนาคต แต่มีจุดหนึ่งที่ข้ารู้สึก แปลก…นั่นคือ เฟย
“ซูเฟยหรือเจ้าคะ?” ฉินเสียงขมวดคิ้ว
“แม้นางจะเป้นอาหญิงของท่าน แต่ก็ไม่เคยใกล้ชิดกันนักมิใช่หรือ” จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง
“ข้ากับนางอาจไม่สนิท แต่จ้าวเข่อผิงเล่า? บิดาของนางคือพี่ชาย แท้ ๆ ของ เฟย หากว่ากันตามสายเลือด ก็ควรสนิทกันยิ่งนัก แต่ตลอด หลายวันนี้ กลับมิได้พบกันเลยแม้แต่ครั้งเดีย