บรรดาคุณหนูจากตระกูลใหญ่ต่างยืนรออยู่หน้าท้องพระโรงของ
นําหนัก เพ่ง ไม่นานนัก ขันทีผู้หนึ่งก็เดินออกมา ประกาศเรียกให้ทุกคน ตามเข้าไปยังพระตําหนักใหญ่ เมื่อได้รับสัญญาณ เหล่าคุณหนูก็ก้าวเดิน อย่างเป็นระเบียบ อ่อนช้อยดุจบุปผาเคลื่อนไหวท่ามกลางลมวสันต์
ในหมู่หญิงสาวทั้งหมด ผู้ที่มีฐานันดรศักดิ์สูงสุดกลับมิใช่ผู้มาจาก ตระกูลใหญ่ที่สุด หากแต่เป็นจ้าวเข่อหรัน แม้นางมิได้เกิดจากตระกูลสูงส่งที่ สุด แต่เพราะนางเป็น “เหวินจวิ้นจู่” มีบรรดาศักดิ์และราชทินนามพระราช ทาน จึงยืนอยู่แถวหน้าเคียงข้างฉินอี้เหมี่ยวอย่างสง่างาม
ทันทีที่ก้าวเข้าสู่พระตําหนักใหญ่ จ้าวเข่อหรันก็เห็นเหล่าสนมนางใน นั่งเรียงรายอยู่ก่อนแล้ว ภาพเบื้องหน้าอลังการจนแม้แต่นางยังอดทอด ถอนใจไม่ได้ งานคัดเลือกพระชายาครานี้ มิได้เป็นเพียงพิธีธรรมดา แต่คือ เวทีเฟ้นหาภรรยาคู่บัลลังก์ให้เหล่าองค์ชาย บรรดาพระสนมผู้มีโอรสย่อมไม่ มีทางพลาดโอกาสนี้ เบื้องบนสุด ประทับสตรีในฉลองพระองค์สีเหลือง อร่าม ปักลายหงส์ทองเด่นสง่า นั่นคือฮองเฮา
จ้าวเข่อหรันจําได้จากคราวก่อนที่เข้าเฝ้า เบื้องขวาถัดลงมาเล็กน้อย คือสตรีในชุดสีเขียวอ่อนปักลายดอกไม้ละเอียด ประดับผ้าคลุมบางสีทอง กิริยาอ่อนหวานแต่แฝงความยโส เครื่องประดับศีรษะเป็นปิ่นหงส์ทองฉลุ เมื่อขยับกายก็เกิดเสียงกระทบกรุ้งกริ้งราวบทเพลงเบา ๆ ไม่ต้องเอาให้ มาก นางคือหยุนกุ้ยเฟย ผู้เลื่องชื่อว่าสามารถยืนเค