ียงบัลลังก์ฮองเฮาได้ อย่างสูสี
ทว่า….จ้าวเข่อหรันกลับรู้สึกคุ้นเคยกับสตรีผู้นี้อย่างประหลาด ทั้งที่
มั่นใจว่าไม่เคยพบมาก่อน ด้านล่างยังมีซูเฟย ผู้เป็นอาสะใภ้ในนามของนาง และลี่เฟย พระมารดาของอ๋องอี้ เมื่อทุกคนเข้าสู่ท้องพระโรง ต่างคุกเข่าครึ่ง หนึ่งพร้อมกัน
“บุตรีขุนนางถวายบังคมฮองเฮา ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี
หมินหมื่นปีเพคะ”
ฮองเฮาทรงแย้มพระโอษฐ์
“ลุกขึ้นเถิด”
เบื้องล่าง
หลังทุกคนยืนเรียบร้อย ฮองเฮาทอดพระเนตรหญิงสาวหลากสีสัน
“เห็นใบหน้าเยาว์วัยมากมายเช่นนี้ ใจข้าก็พลอยสดชื่น น้องทั้งหลาย
ว่าจริงหรือไม่?”
เหล่าสนมต่างรีบเออออรับคํา มีเพียงหยุนกุ้ยเฟยที่แย้มยิ้มบาง
พลางกล่าวเสียงเนิบ
“จริงหรือเพคะ? วันนี้ดูฮองเฮาจะรําลึกอดีตไม่น้อย แต่หม่อมฉันยัง ไม่รู้สึกเช่นนั้น อาจเพราะหม่อมฉันยังสาวอยู่กระมัง”
วาจาแฝงคมดุจเข็มเงิน แทงล็กโดยไร้เลือด ฮองเฮาพระพักตร์แข็ง ค้างชั่วขณะ แต่ต้องกล้ากลืน ในที่สาธารณะมิอาจเสียพระเกียรติ จ้าวเข่อหรันแอบยิ้มในใจ ข่าวลือที่ว่า “หยุนกุ้ยเฟยอ่อนโยนเรียบร้อย” ช่าง เป็นข่าวลือที่หลอกตาเสียจริง สายพระเนตรฮองเฮากวาดลงมา หยุดที่
จ้าวเข่อหรัน
หรือไม่?”
“เหวินจวิ้นจี่ มิได้พบกันนาน ครั้งก่อนเจ้าเข้าเฝ้ามาขอบพระทัยใช่
ทันใดนั้น สายตาทั้งนําหนักพุ่งมายังนาง ฉินอี้เหมี่ยวและข้าวเข่อเห รินต่างก็หมายตาตาแหน่งไท่จื่อเฟย ฮองเฮาคือด่านสําคัญ หากพระนาง โปรดใคร โอกาสก็สูงลิ