ภายในสวนหลวง จ้าวเข่อหรัน จ้าวเย่อเหริน และฉินอี้เหมี่ยว นั่ง สนทนากันใต้ร่มเงาไม้ดอก ผลิกลีบหอมกรุ่นไปตามสายลมอ่อน ภาพที่ ปรากฏต่อสายตาผู้อื่นนั้น ช่างงดงามราวภาพวาด สามสตรีสูงศักดิ์ หัวเราะ แย้มพราย ดูสนิทแนบแน่นประหนึ่งพี่น้องร่วมสายโลหิต
ทว่า….มีเพียงพวกนางสามคนเท่านั้นที่รู้ดี ว่าถ้อยคําแต่ละคํา ซึ่งเอื้อน เอ่ยออกมานั้น มีความจริงเจือปนอยู่ที่ส่วน และมีเข็มพิษซ่อนอยู่ลึกเพียงใด เดิมทีจ้าวเข่อหรันคิดจะไปทักทายหลินซิ่วชั่วกับหมุนอีอี ทว่าไม่นานนัก
เหล่าหมัวมัวในวังหลวงก็มาถึง เพื่อพาเหล่าคุณหนูแยกย้ายไปยังเรือนพัก
ยองตน
จนกระทั่งย่างเท้าออกเดินตามไป นางจึงได้รู้ว่า ที่แห่งนี้คือ “ตําหนัก ฉี่ซิ่ว” สถานที่พานักของบุตรีตระกูลใหญ่ทั้งหลายที่เข้าร่วมงานคัดเลือกพระ ชายา ภายในตําหนักนั้นแบ่งเป็นเรือนย่อยหลายหลัง จ้าวเข่อหรันถูกพาไป ยังเรือนหนึ่ง แม้จะเรียกว่า “เรือนเล็ก” แต่แท้จริงแล้วกว้างขวางและงดงาม ไม่น้อย ตามคําของหมัวมัวผู้พานางมา ที่นี่จะมีคุณหนูอีกหลายคนพักร่วม
กัน
เพียงแต่ตอนนี้ ยังไม่มีผู้ใดมาถึง จ้าวเข่อหรันมิได้มีอารมณ์จะเดิน ชมเรือน จึงเอ่ยกับหมัวมัว ด้วยน้ําเสียงสุภาพแต่หนักแน่น
แล้ว”
“หมิวมั่ว ท่านกลับไปพักเถิด มีฉินเซียงกับ อเชียงคอยรับ ย้าก็พอ
ในวังหลวง…สายตาทุกคู่ล้วนมีความหมาย นางไม่คุ้นชินกับการถูกจับ ตามองตลอดเวลา อีกทั้งยังต้องเตรียมตัวเข้าเฝ้าฮองเฮาและไทเฮา นาง เ