กาลเวลาผ่านไปรวดเร็วนัก พริบตาเดียวก็มาถึงวันต้องเข้าวังแล้ว รุ่ง อรุณวันนั้น ฟ้ายังไม่ทันสาง จวนไท่ชื่อก็สว่างไสวด้วยแสงโคม เสียงฝีเท้า บ่าวไพร่ขวักไขว่ใม่ขาดสาย มิใช่เพียงจวนแห่งนี้เท่านั้น แทบทุกตระกูลใหญ่ ในเมืองหลวงต่างอลหม่านกันทั่ว เพราะวันนี้คือวันเข้าเฝ้าเพื่อร่วมงานคัด เลือกชายา เรื่องใหญ่เพียงนี้ ใครเล่าจะไม่ใส่ใจ?
ตั้งแต่ฟ้ายังมืดสนิท จ้าวเข่อหรันก็ถูกปลุกให้ลุกจากที่นอน ผ่านการ อาบนํ้าชําาระกาย เปลี่ยนอาภรณ์ แต่งแต้มโฉมหน้าจนสมบูรณ์แบบ นางจึง ได้พักหายใจโล่งอกครู่หนึ่ง ทันทีที่นางเพิ่งวางตะเกียบจากมื้อเช้า เสียงฝี เท้าเร่งร้อนก็ดังขึ้น บ่าวชายมารายงานว่า นายท่านเรียกตัวไปที่โถงใหญ่ มี ถ้อยคําจะก๋า บก่อนออกเดินทาง
คิ้วเรียวงามของจ้าวเข่อหรันขมวดเล็กน้อย ในเวลาเช่นนี้ บิดายังมีสิ่ง ใดจะกล่าวอีกเล่า? แม้ในใจจะสงสัย นางก็ยังคงก้าวไปยังโถงใหญ่โดยมี ลังเล ทันทีที่ก้าวผ่านธรณีประตู นางเห็นจ้าวเข่อเหรินยืนอยู่ก่อนแล้ว อีก ทั้งจ้าวชงกับฉินเซียงเหอก็นั่งรออยู่
สายตาจ้าวชงทอดมามองนางอย่างเมตตา ส่วนฉินเซียงเหอกลับจีบ ชาอย่างเรียบเฉย ประหนึ่งผู้ที่เดินเข้ามามิใช่บุตรสาว หากเป็นเพียงคน แปลกหน้า ดวงตาของจ้าวเย่อเหรินเมื่อสบกับนาง กลับฉายแววริษยาร้อน แรง วันนี้จ้าวเข่อหรานงดงามเหนือผู้ใด
หลังอาบน้ําชําระกาย นางสวมอาภรณ์จวิ้นจี่ชั้นหนึ่ง ปักลายเมฆทอง ด้วยด้ายเงิน ประดับเครื่องราชทานจาก