ไม่นานหลังเหตุการณ์อื้อฉาว จ้าวชงก็ประกาศต่อหน้าคนทั้งจวนว่า จ้าวอิงป่วยหนัก จําต้องไปจําศีลอยู่ที่ศาลบรรพชน และกําหนดเดินทางคือ วันรุ่งขึ้นโดยไม่อาจผัดผ่อน อีกทั้งยังประกาศชัด ตั้งแต่นี้ไป จวนไท่ซื้อไม่มี “คุณหนูสาม” อีกต่อไป
คําประกาศเย็นเยียบราวสายลมหนาวพัดผ่านโถงใหญ่ ผู้คนแม้ไม่รู้ ต้นสายปลายเหตุทั้งหมด แต่ก็พอเดาได้ว่าเรื่องนี้มิใช่เล็กน้อย จ้าวอิงถูกกัก ยังอยู่ในห้อง ตะโกนจนเสียงแหบแห้งก็ไร้คนเหลียวแล อยากทุบ อยากฟัง อยากกรีดร้องระบายความคับแค้น แต่กําแพงสี่ด้านกลับสะท้อนเสียงนาง
กลับคืนเท่านั้น
ด้านนอก จางอี้เหนียงผู้เป็นมารดาถูกกันไว้หน้าประตู ทําได้เพียง กุมมือแน่น น้ําตาไหลอาบแก้ม ไม่รู้จะยื่นมือช่วยบุตรสาวอย่างไรดี ค่ําคืน นั้น ในจวนไท่ซือมีหลายชีวิตไร้นิทรา แต่เวลาไม่เคยรอใคร
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังอาหารเช้า จ้าวเข่อหรันพาฉันเชียงออกจากเรือน วันนี้นางตั้งใจจะออกไปเดินเล่น เพราะพรุ่งนี้ต้องเข้าเฝ้าในวังแล้ว อยากสูด
อากาศภายนอกให้เต็มปอดก่อนก้าวเข้าสู่โลกที่ทุกย่างก้าวล้วนต้องระวัง ทว่าโลกใบนี้ช่างแคบนัก “ศัตรูย่อมพบกันในทางคับแคบ” คําโบราณว่าไว้ไม่
ผิด
เมื่อเดินถึงประตูใหญ่ นางก็เห็นจาง เหนียง และจ้าวอิงซึ่งกําลังจะ ถูกส่งตัวไปศาลบรรพชนยืนอยู่ตรงนั้น จ้าวเข่อหวั่นอยากแสร้งทําเป็นมอง ไม่เห็น ทว่าโชคชะตาไม่ฟังคําาอธิษฐาน เพราะจ้าวอิงเห็นนางแล้ว หลังเหตุ การณ์เมื่อวาน ความแค้น