ในอกจ้าวอิงอัดแน่นจนแทบระเบิด
เช้าวันนี้ยังถูกเร่งรัดให้ขึ้นรถม้าไปศาลบรรพชน สถานที่ที่ผู้คนเรียก
ขานว่า “ที่สงบ” แต่แท้จริงคือคุกเงียบไร้แสงตะวัน ยิ่งถูกลบชื่อจาก จวนไท่ อ เท่ากับ ดหนทางกลับคืนในภายภาคหน้า ความหวาดกลัวผสม โทสะ ทําให้นางดิ้นรนไม่ยอมขึ้นรถ แล้วนางก็เห็นต้นเหตุของทุกสิ่ง จ้าวเข่อหรันเดินผ่านมาอย่างสง่างาม
หรือ!”
“จ้าวเข่อหรัน! นั่งหญิงต่ําทราม! ยังกล้าโผล่หน้ามาให้ข้าเห็นอีก
เสียงกรีดร้องดังลั่น แต่ร่างนางถูกหญิงรับใช้สองคนจับแขนไว้แน่น จ้าวเข่อหรันปรายตามอง พลันยกมือสั่งเบา ๆ
“ปล่อยนาง ข้ามีค่าจะพูด” บ่าวหญิงรับใช้ลังเล
“คุณหนูใหญ่ นายท่านสั่งห้ามผู้ใดสนทนากับนาง…”
สีหน้าจ้าวเข่อหรันเย็นเฉียบ
“ข้าเพียงพูดไม่กี่นํา หากมีโทษ ข้ารับเอง”
แววตานางนิ่งขรัม อ่านๆจบางอย่างแผ่ านจนบ่าวรับใช้รู้สึกหายใจ ติดขัด คิดในใจว่าอย่างไรเสียคุณหนูใหญ่ก็เป็นถึง จวิ้นจี่ แล้ว หากขัดคําสั่ง คงไม่เป็นผลดี ฉันเชียงก้าวเข้ามา ยีนถุงเงินให้คนละก้อน เสียงเหรียญกระ ทบกันแผ่วเบาแต่หนักแน่นพอจะซื้อความเงียบ สองบ่าวรับใช้ถอยออกไป ทันทีที่เป็นอิสระ จ้าวอิงพุ่งเข้าใส่ แต่ถูกฉันเชียงจับแขนไขว้หลังอย่างรวด
เร็ว
“ปล่อยข้า! นั่งหญิงชั่ว! ทั้งหมดเป็นเพราะเจ้า!”
จ้าวเข่อหวั่นก้าวเข้าไป ตบหน้าจ้าวถึงฉาดใหญ่ เสียงดังชัดเจนราว ดมแส้ฟาดลงบนผิวเนื้อ รอยแดงปรากฏเด่นชัด
“เจ้ากล้าตบข้า?!” จ้าวอิงเบิกตากว้าง
“ข้าต