จ้าวเข่อหรันค้อมกายทําความเคารพอย่างสงบ ก่อนเอ่ยด้วยน้ําเสียง
อ่อนโยนแต่ชัดเจน
“ความจริงแล้ว ก่อนเกิดเรื่องหนึ่งวัน วันนั้นที่พระราชโองการมาถึง ให้ข้ากับเย่อเหรินเข้าร่วมงานคัดเลือกพระชายา คืนนั้นน้องสามมาหาข้า ขอ ให้ช่วยพานางเข้าไปร่วมงานด้วย นางบอกว่าข้าเป็นถึง จวิ้นจี่ แล้ว ย่อมต้อง มีหนทางช่วยนาง “
นางเว้นจังหวะเล็กน้อย สีหน้าเหมือนจะลําบากใจ
“แต่ท่านพ่อก็ทราบดี งานคัดเลือกครั้งนี้เป็นพระราชโองการโดยตรง จากฮ่องเต้ ข้าจะมีอําานาจอันใดไปแทรกแซงได้เล่า? ข้าจึงปฏิเสธไป ไม่คาด คิดเลยว่าน้องสามจะเก็บความขุ่นเคืองไว้ในใจ ข้าเชื่อว่านางคงเพียงคิดจะ
เล่นงานข้า มิได้ตั้งใจทําร้ายเด็กในครรภ์ของหลิวอี้เหนียง”
สินค้า บรรยากาศในห้องเงียบกริบ จ้าวชงหน้าถมึงทึงทันที
“ว่าอย่างไรนะ? นางกล้าไปพูดเช่นนั้นกับเจ้าจริงหรือ!”
เขาหันไปจ้องบุตรสาวคนเล็ก ดวงตาคมดั่งมีด
“ข้าถามเจ้า คําที่พี่ใหญ่พูดเป็นความจริงหรือไม่ เจ้าไปขอให้นางช่วย เข้าไปร่วมงานคัดเลือกหรือเปล่า!”
จ้าวอิงไม่คิดปิดบัง กลับเงยหน้าขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้
“ใช่ ข้าไปหาแล้ว! นางเป็นถึง จวิ้นจี่ จะพาย้าเข้าไปสักคนมิใช่เรื่อง ยาก แต่กลับอ้างนูนอ้างนี่ ไม่เห็นแก่สายเลือดพี่น้องเลย!”
จาง เหนียงที่ยืนข้าง ๆ ใจหาย รีบร้อนดึงแขนบุตรสาว
“อิงเอ๋อร์! เจ้าพูดอะไรเลอะเทอะ รีบขอโทษเสีย เรื่องไปขอความช่วย เหลือนั่นเป็นความผิดของเจ้าเอง ถึงจะไม่ได้ทําร้ายหลิว