เหนียง แต่ไปกด ดันพี่ใหญ่เช่นนั้นก็ไม่ถูกต้อง!”
คําพูดของจางอี้เหนียงเหมือนตําหนี แต่แฝงเจตนาชัดเจน ตัด ประเด็นเรื่องแท้งให้หลุดพ้นจากบุตรสาวตน จ้าวเข่อหรันขมวดคิ้วเล็กน้อย นางยิมบาง ๆ พลางตอบอย่างไม่รีบร้อน
“น้องสาม ข้าเคยพูดไว้ว่า หากเป็นสิ่งที่ย้าทําได้ ข้าย่อมไม่ปฏิเสธ แต่ เรื่องนี้เหนือกําาลัง ข้าจะรับปากได้อย่างไร?”
จ้าวอิงก์ ฟัน
“เจ้าทําได้! เพียงไม่อยากให้ข้าไปแย่งความเด่นดังของเจ้าเท่านั้น!”
“เพราะเหตุนั้น เจ้าจึงคิดทําร้ายข้า?”
จ้าวเข่อหรันย้อนถามเสียงเรียบ จ้าวจึงยังคงดื้อรั้น หันไปหาบิดา
“ท่านพ่อ ข้าไปหานางจริง แต่ข้าไม่ได้ทําให้หลิวอี้เหนียงหลิว ท่าน
ต้องเชื่อช้านะ!”
สายตาของจ้าวเข่อหรันเหลือบไปหาหลิว เหนียงเบา ๆ หลิวอี ཙ།
เหนียง รับสัญญาณทันที นางยกผ้าเช็ดหน้าและมุมตา สีหน้าซีดเซียวเพราะ เพิ่งเสียลูก ยิ่งทําให้ดูน่าสงสารจับใจ
“คุณหนูสาม….มนุษย์ควรมีสํานักนะเจ้าคะ เมื่อวานชัดเจนว่าท่าน เหยียบชายกระโปรงคุณหนูใหญ่ นางจึงล้ม หากไม่ล้มนั้น ข้าก็ไม่ต้องเสีย ลูก…ท่านอาจมิได้ตั้งใจ แต่ผลลัพธ์คือข้าต้องสูญเสียบุตร ท่านไม่ควรกล่าว ค้าขอโทษหรือ?”
ท่าทีอ่อนแอเช่นนั้น ทําให้จ้าวชงยิ่งเดือดดาล
“หลิวชื่อ ไม่ต้องกังวล เรื่องนี้ข้าจะตัดสินให้เป็นธรรม!”
จ้าวอิงร้อนใจจนพูดไม่เป็นสํานวน
“ท่านพ่อ อย่าเชื่อนาง! นางต้องถูกจ้าวเข่อหรันซื้อตัวมาปรักปรําาข้า!”
จ้าวเย่อหรันมิได้โกรธ กลับเอ่ยอย่