ยามเช้า หลังรับประทานอาหารเสร็จได้ไม่นาน ก็มีบ่าวจากเรือนเงี่
ยอ หยวนมาที่ชุนฮุยหยวน แจ้งข่าวว่า หลิว เหนียงฟื้นแล้ว นายท่านให้คุณ หนูใหญ่ไปที่เรือนนั้น เมื่อได้ยินข่าวนั้น จ้าวเข่อหรัน สีหน้าไม่ไหวถึงแม้แต่ น้อย นางเพียงเอ่ยเสียงเรียบ
“รู้แล้ว ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ เจ้าถอยไปก่อนเถิด”
บ่าวคนนั้นค้อมกายถอยออกไปอย่างเงียบงัน ทันทีที่คนส่งข่าวจาก
ไป แม่นมเยว่ก็เอ่ยขึ้นด้วยความกังวล
หรือ?”
“คุณหนู หลิว เหนียงฟื้นแล้ว ท่านคิดจะทําอย่างไรเจ้าคะ?”
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง ราวกับเรื่องนี้มิได้เกี่ยวพันชีวิตตน
“ทําอย่างไรหรือ? ในเมื่อนางฟื้นแล้ว ก็ควรคืนความบริสุทธิ์ให้ข้า มิใช่
แม้คําพูดจะสงบนิ่ง แต่แม่นมเยว่ กลับไม่อาจวางใจได้
“บ่าวรู้ว่าคุณหนูไม่ได้ทําสิ่งใด แต่ตอนนั้นหลิว เหนียงเห็นเหตุการณ์ หรือไม่ ใครจะรู้ได้เล่า? อีกทั้งนางกับฮูหยินก็ไม่ลงรอยกัน หากนางระบาย โทสะใส่คุณหนู แล้วโยนความผิดมาให้ท่านเล่า จะทําอย่างไร?”
แรง เปี่ยมห่วงใยนั้น ทําให้หัวใจ จ้าวเข่อหรัน อุ่นวาบ นางรู้ดี แม่ นมเยว่ เห็นนางดั่งบุตรในอก จึงหวาดกลัวแทนเช่นนี้ ตรงกันข้าม… มารดา แท้ ๆ ของตน กลับนิ่งเงียบดุจสายน้ําแข็ง แม้เมื่อวานถูกใส่ร้ายต่อหน้า ก็หา ได้เอ่ยวาจาปกป้องแม้คําเดียว ทั้งที่แตกหักกันแล้ว… แต่นางก็ยังเป็นลูกมี ใช่หรือ? อย่างไรก็ดี จ้าวเข่อหรันเพียงทอดถอนใจเงียบ ๆ นางรู้จักหัวใจ ยองมารดาตนดีเกินกว่าจะหวังสิ่งใด จึงไม