าวเย่อเหรินหน้า ต รีบแก้ตัว
“ข้าไม่เคยพูดเช่นนั้น!”
จ้าวเข่อหรันหัวเราะแผ่ว
“เหตุใดจึงรีบร้อนเช่นนี้เล่า ถูกใจความจริงหรือ?”
เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ใกล้ จ้าวเย่อเหรินก็ฉีกหน้ากากออก
“เลิกเล่นลิ้นเสียที ที่นี่ไม่มีคนนอก เจ้าทําเรื่องเองยังจะลากช้าลง
อีกหรือ? อย่าหวังเลย!”
จ้าวเข่อหรันตอบด้วยแววตาเย็นชา
“ไม่ใช่ทุกคนจะต่ําาช้าเหมือนเจ้า ข้าไม่คิดดึงใครลงเหว แต่เจ้าก็ควร
ระวังกรรมที่ตนก่อไว้
วาจาไม่หยาบคาย ทว่าแหลมคมราวเข็ม จ้าวเย่อเหรินกัดฟัน
“ดูแลตัวเองก่อนเถิด!”
จ้าวเข่อหรันยิ้มละมุน
“อีกไม่นานก็ถึงงานคัดเลือกพระชายาแล้ว เจ้าควรทุ่มเทเตรียมตัว มี
ใ มัวหมกมุ่นกับข้า
เพียงได้ยินค้าว่า “งานคัดเลือก” ใบหน้าจ้าวเย่อเหรินก็เปล่งประกาย องค์รัชทายาทเคยเอ่ยความในใจต่อนางแล้ว อีกทั้งนางไร้พันธะหมั้นหมาย
ความฝันตําแหน่งไท่จื่อเฟยอยู่แค่เอื้อม
“พี่ไม่ต้องกังวล ข้ามีความสามารถพอ”
จ้าวเย่อหรันตอบเรียบ
“ข้าไม่ยึดติด สิ่งใดได้มาก็เป็นวาสนา ไม่ได้ก็เป็นชะตา อีกอย่าง…
การแต่งงานของย้ามีฮ่องเต้ทรงตัดสิน
วาจานั้นเหมือนลมหนาวพัดเฉือน จ้าวเข่อเหรินหน้าบึ้ง จ้าวเข่อหรัน
ยังกล่าวไม่หยุด
“แต่จะว่าไป เราคงเทียบมิได้กับท่านพี่เหมี่ยว บ้านนางสูงศักดิ์ ความสามารถโดดเด่น ครั้งนี้ตําแหน่งไท่จื่อเฟย คงหนีไม่พ้นนางกระมัง” คําพูดนั้นราวหยดหมึกดําในถ้วยน้ําใส จ้าวเข่อเหรื่นขมวดคิ้ว
“ใครว่าเล่า! นางมีดีแค่ชาติตระกูล