องยอม แม้ใจยังระแวง
“ถ้าเกิดเรื่องใด ต้องส่งข่าวกลับมาทันทีนะเจ้าคะ และจ๋าไว้ อย่าขัดใจ นายท่าน อย่าเอ่ยวาจาหุนหัน
เสียงกําชับนั้นยืดยาวไม่รู้จบ จ้าวเข่อหวั่นฟังด้วยหัวใจอบอุ่น ก่อน
เอ่ยหยอก
หากยังชักช้าอีก เดี๋ยวคนจะหาว่าข้ากลัวจนไม่กล้าไปแล้ว”
ในที่สุดนางจึงออกเดินทาง เมื่อมาถึงหน้าเรือนเจียอวี่หยวน กลับ
พบคนที่นาง “ไม่อยากพบ” ที่สุด จ้าวเข่อเหริน สองพี่น้องสบตากัน รอยยิ้ม บางปรากฎบนใบหน้า ราวกับไม่เคยแตกหัก ภาพภายนอกคือสายใยพี่น้อง แต่ใต้รอยยิ้มคือคมมีดซ่อนเร้น จ้าวเข่อเหรินเห็นสีหน้าสงบนิ่งของพี่สาว แล้วรู้สึกขัดเคือง เหตุใด… ทั้งที่อีกฝ่ายกําลังตกเป็นผู้ต้องสงสัย กลับยังยืน ได้สง่างามเช่นนี้?
“พี่หญิง มาถึงเร็วจริงนะเจ้าคะ”
นางเอ่ยด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน จ้าวเข่อหรันยิ้มตอบอย่างสุภาพ
“เรื่องนี้เกี่ยวกับชื่อเสียงของข้า ข้าย่อมต้องรีบมาแต่เช้า มิใช่หรือ?”
“ชื่อเสียงหรือ?” จ้าวเย่อเหรินยิ้มคล้ายแย้มพราย
“แม้พี่จะคิดว่าตนบริสุทธิ์ แต่หากหลิว เหนียงไม่คิดเช่นนั้นเล่า?”
จ้าวเข่อหรันยังคงเรียบเฉย
“ข้าไม่เคยทําร้ายนาง เหตุใดนางจะต้องใส่ร้ายข้า?”
คําตอบนั้นยิ่งทําให้จ้าวเย่อเหรินหงุดหงิด
“หากเรื่องนี้ตกอยู่บนศีรษะพี่จริง ๆ คงไม่งดงามนักหรอกนะเจ้าคะ”
จ้าวเข่อหรันแย้มยิ้ม ก่อนเชือดเฉือนอย่างแนบเนียน
หรือเจ้าคิดว่าท่านพ่อจะไม่แยกแยะผิดถูก? หรือในสายตาเจ้า ท่าน
พ่อคือผู้ลําเอียง ไร้เหตุผล?”
จ้