“หลิว เหนียงกําาลังเลือกแพะรับบาปอยู่…ใช่หรือไม่?”
ถ้อยคําเย็นเฉียบเพิ่งขาดจากริมฝีปาก เงา สายหนึ่งก็วูบผ่านดุจ สายลม หลิว เหนียงรู้สึกเพียงลมเย็นเฉียดแก้ม พอได้สติกลับคืน ร่างของ
จ้าวเข่อหรันก็ยืนอยู่ตรงหน้าแล้ว
ราวกับนางยืนอยู่ตรงนั้นมาแต่แรก
“คะ…คุณหนูใหญ่! ท่าน….ท่านมาได้อย่างไร?”
เสียงหลิว เหนียงสั่นพร่า ใบหน้าซีดเผือด แม้แต่งานเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ ข้างเตียงยังตะลึงราวเห็นผี นางไม่รู้เลยว่าคุณหนูใหญ่เข้ามาในเรือนได้ตั้ง แต่เมื่อใด จ้าวเข่อหรันกลับยิ้มละมุน ใบหน้าสงบไร้พิษสง
“หลิว เหนียงกล่าวคํานี้ดูแปลกนัก ท่านเป็นผู้อาวุโส เกิดเรื่องใหญ่ เช่นนี้ ข้ามาเยี่ยมมิใช่เรื่องปกติหรือ ไยต้องตื่นตกใจเพียงนั้น
วาจาอ่อนโยน หากความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านอย่างไม่รู้ตัว หลิวอี้ เหนียงใจหวิว นางมีรู้ว่าจ้าวเข่อหรันเข้ามาได้อย่างไร ทั้งตนและผานเอ๋อร์ไม่ ทันรู้สึกแม้แต่น้อย หากคุณหนูใหญ่คิดจะลงมือทําร้าย นางคงมิอาจต้าน ทานได้เลย ความหนาวจากก้นบึงหัวใจไหลบ่าขึ้นมา
จ้าวเข่อหรันมองแววหวาดหวั่นนั้นแล้วหัวเราะเบา ๆ
“หลิว เหนียงวางใจเถิด ข้าไม่ทําอันใดท่านหรอก เวลานี้ข้ายังเป็นผู้
ต้องสงสัยว่าทําให้ท่านแท้ง หากท่านเป็นอะไรไปอีก ข้าคงล้างมลทินมิได้
จริง ๆ”
หลิว เหนียงสูดลมหายใจลึก ความแตกตื่นค่อย ๆ สงบลง นางผ่าน โลกมายาวนาน ย่อมมิใช่คนไร้ชั้นเชิง
“ถ้าเช่นนั้น….คุณหนูใหญ่มาด้วยเหตุใด
จ้าวเข่อหรันยิ้มบาง
“หลิวอ