ี้เหนียงฉลาดนัก เดาออกว่าข้ามีธุระ”
หลิว เหนียงแค่นหัวเราะ
“เพิ่งแท้งวันนี้ พรุ่งนี้นายท่านจะสอบถาม ข้าคิดว่าคุณหนูใหญ่มา
เพราะเรื่องนี้….ใช่หรือไม่”
“ถูกต้อง”
ตา
จ้าวเข่อหรันนั่งลงบนเก้าอี้ใกล้เตียง สายตาเหมือนยิ้มแต่ไม่ถึงดวง
“ข้าเพียงอยากรู้ว่า พรุ่งนี้ท่านจะกล่าวเช่นไร”
หลิว เหนียงเงียบไปชั่วครู่ ก่อนตอบเรียบ ๆ
“ก็กล่าวความจริง”
“ความจริงแบบได”
เสียงจ้าวเข่อหรันนุ่มละมุน แต่แฝงคมดาบ
“ว่าข้าผลักท่าน….หรือว่าจ้าวอิงเหยียบชายกระโปรงช้า
แววตาหลิวอี้เหนียงวูบไหว ที่แท้คุณหนูใหญ่ต้องการให้โยนความผิด
ให้จ้าวอิง….ก็เท่านั้นเอง
“แล้วคุณหนูใหญ่ต้องการให้ข้าพูดว่าใครเล่า”
จ้าวเข่อหรันหัวเราะเบา ๆ
“หลิวอี้เหนียงรู้ดีว่าทางใดเป็นประโยชน์แก่ตนที่สุดมิใช่หรือ”
คําพูดนั้นเหมือนอ่อนโยน แต่แท้จริงคือแรงกดดันที่ไร้เสียง หลิวอี้
เหนียงกัดฟัน
“ถ้าย้ากล่าวว่าเป็นท่านเล่า นายท่านจะไม่เชื่อหรือ ท่านเป็นคนผลัก
ข้าจริง ๆ ส่วนเรื่องจ้าวอิงเหยียบชายกระโปรง…มีใครเห็นหรือ
ๆ
จ้าวเข่อหรันยิ้มเย็น
“หลิวอี้เหนียงต้องการผลประโยชน์จึงยอมกล่าวใช่หรือ”
หลิว เหนียงยืดหลังตรง
“หญิงที่สูญเสียบุตร ย่อมไร้ที่พึ่ง ข้าขอความมั่นคงบ้าง…ผิดหรือ”
จ้าวเข่อหรันไม่โกรธ กลับหัวเราะนุ่ม
“ถ้าท่านกล่าวว่าข้าหาจริง ท่านคิดว่าท่านพ่อจะลงโทษย้าหนักหรือ
ระหว่างบุตรในครรภ์ที่ไม่รู้เพศ กับบุตรสาวที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็น
จวิ้นจี่ และ